ตำนานขุนแผน เรื่องจริงไม่อิงนิยายของ ขุนช้าง-ขุนแผน

ถ้าจะกล่าวถึงวรรณกรรมเรื่องดังเรื่องหนึ่งของเมืองไทย ที่มีชื่อว่า “ขุนช้าง-ขุนแผน” แล้วละก็ น้อยคนนักที่จะมีใครไม่รู้จักเพราะเป็นวรรณคดีที่มีการนำมาเป็นตัวอย่างให้กับเด็กๆได้ศึกษาในหลายๆประเด็น ทั้งเรื่องการใช้คำในการแต่งโครงกลอน หรือเนื้อเรื่องที่นำมาเป็นกรณีศึกษาและอุทาหรณ์ สอนใจ แต่เนื่องจากเป็นวรรณกรรมที่เราเคยได้รับฟังตั้งแต่สมัยเด็กๆอาจจะช่วงประถมหรือไม่ก็มัธยม และหลังจากนั้นเชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงจะห่างหายไปจากการได้ยินได้ฟังเรื่องขุนช้างขุนแผน ไปอีกนานหลายปี บางคนอาจไม่เคยได้นึกคิดถึงเรื่องนี้อีกเลย ถึงกระนั้นเราก็ยังจำเรื่องราวได้ดี เมื่อมีคนหยิบยกมาสนทนากัน แต่จะมีใครสักกี่คนที่ได้ศึกษา หรือขบคิด ถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังว่าเรื่องราวที่เราเคยได้ยินมานั้นมันเป็นความจริงไหม ทำไม่ถึงต้องเป็นแบบนั้น หรือมันก็เป็นแค่เรื่องที่นักเขียนยุคหนึ่งสมัยหนึ่งได้แต่งขึ้นมาเท่านั้นเอง

มาถึงวันนี้เรื่องราวผ่านมาหลายร้อยปี สำหรับคนที่มีความสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย หรือเกี่ยวกับวรรณกรรมไทย เรามาลองคิดกันดูอีกที่ดีไหมว่าเรื่องราวเหล่านั้นทำไมถึงเป็นอย่างนั้น หรือมีข้อน่าสงสัยตรงไหนที่ดูน่าจะขัดกับความเป็นจริงอยู่ ท่านจะสงสัยอย่างไรนั้นก็คงแตกต่างกันไป

เรื่องราวอีกแง่มุมหนึ่งที่จะนำมาเสนอในที่นี้อาจมีความแตกต่างจากสิ่งที่ท่านเคยได้ยินมา แต่ถึงกระนั้นก็อย่าได้คิดว่าเรื่องนั้นถูกเรื่องนั้นผิดเลยเพราะมันคงจะไม่ได้มีผลเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์อะไร ขอให้ท่านอ่านแล้วลองใช้วิจารณญาณ ของท่านพิจารณาดูก็แล้วกันว่าสมควรที่จะเปลี่ยนความรู้สึกลึกๆในใจท่านบ้างหรือเปล่า เรื่องราวนั้นก็มีอยู่ว่า

 

 

เรื่องของขุนช้างขุนแผนนั้นเป็นเรื่องราวชีวิตจริงของบรรพบุรุตไทยสมัยอยุธยาช่วงราวๆปี พ.ศ. 1967 ถึง 1991 ในรัชสมัยของพระเจ้าพันวัสสาหรือ ที่เรียกกันว่า พระเจ้าสามพระยา ความจริงแล้วคำว่าขุนช้างและขุนแผนนั้นไม่มีในทำเนียบของราชการ เป็นคำเรียกที่ชาวบ้านเขาตั้งให้เท่านั้น ที่เรียกว่า ขุนช้างก็เพราะ คนตระกูลนี้เป็นมหาเศรษฐี เป็นคนหาช้างให้แก่พระราชา ตั้งแต่สมัยปู่ เป็นคนฝึกช้าง คุมช้าง หรือ เรียกได้ว่าเป็นหัวหน้ากองช้าง จึงเรียกว่า ขุนช้าง จริงๆขุนช้างมีชื่อจริงๆ ว่า “ศรี” แปลว่ามิ่งขวัญ เป็นคนมาดดี สง่าผ่าเผย ตาผ่องใส หน้ารูปไข่นิด ๆ แต่ว่า หน้าเป็นหน้าของผู้ชาย ไม่ใช่รูปไข่ของผู้หญิง ผิวค่อนข้างขาว ลักษณะ ท่าท่าง องอาจ สง่าผ่าเผย หัวก็ไม่ได้ล้านเลี่ยนดังที่มีคนเขียนไว้ เพียงแต่ หัวเถิกง่ามถ่อ ธรรมดาๆ เท่านั้น ขุนช้างอายุแก่กว่าขุนแผน 1 ปี สำหรับ ขุนแผน ก็เหมือนกัน จริงๆแล้ว ขุนแผนมีชื่อว่า “พลายแก้ว”  พลายแก้ว คือ ช้างแก้ว ช้างที่มีกำลังใหญ่ ช้างตัวประเสริฐของพระเจ้าจักรพรรดิ ที่เขาให้ชื่อว่า พลายแก้ว ก็เพราะ เกิดมาฤกษ์ดี โหรพยากรณ์ว่า เด็กคนนี้จะมีอำนาจมาก สามารถจะปราบปราม ข้าศึกได้ทุกทิศ โดยที่จะใช้กำลังคน เข้าประชิดกับข้าศึก ด้วยกำลังไม่มาก ขุนแผน เป็นคนหน้าตาดี สวย สมส่วนสมสัด ท่าทางดี ทะมัดทะแมง ผิวขาว  ขาวกว่าขุนช้างอีก  อย่างที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า เป็นคนขาว และที่เรียกว่า ขุนแผน ก็เพราะ เป็นคน ออกแบบออกแผน จู้จี้จุกจิก เห็นอะไรไม่ดี ก็จัดสรร กราบบังคมทูลพระเจ้าพันวัสสา พระองค์ก็เห็นด้วยทุก ประการ อาศัยที่เป็นคนวางแผน ชอบเปลี่ยนแปลง ชอบจัดระบบให้สมดุลอยู่เสมอ ชาวบ้านจึงเรียกว่า ขุนแผน ทั้งขุนช้างและขุนแผนเป็นเพื่อนที่รักกันมาก

ขุนแผนเป็นลูกของขุนไกรซึ่งเป็นแม่ทัพ และตัวของขุนแผนเองก็เป็นแม่ทัพเช่นกัน เป็นคนอยู่ในระเบียบวินัย เป็นคนที่รวบรวมกำลังของคนไทย เพื่อต่อสู้กับข้าศึกศัตรู การที่นิยายเขาบอกว่าขุนช้างโกงเอาเมียขุนแผนและขุนแผนก็ไปขโมยเมียตัวเองมาจากขุนช้างนั้น เรื่องนี้มิได้เป็นความจริงดังนั้นเลย เพราะว่าทั้งสองท่านเป็นคนดี และในเวลานั้นเป็นสมัยราชาธิปไตย คนที่อยู่ในสมัยราชาธิปไตยต้องเป็นคนดีคน อยู่ในระเบียบ ประเพณี พระธรรมวินัย และพระราชาก็มีอำนาจสั่งตัดหัวได้สบายๆ ถ้าหากใครทำชั่วอะไร

ความจริงนั้นก็คือว่า ขุนช้างเป็นคนไม่มีลูก แต่ขุนแผนเป็นคนมีลูกมาก มีลูกมากเพราะว่ามีเมียมาก ที่มีเมียมากก็เพราะว่าเป็นคนมี คาถาอาคมดี รูปร่างหน้าตาดี สวย เก๋ มีเสน่ห์ ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นคนอ่อนโยน กตัญญูรู้คุณ มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไปที่ไหนก็มีแต่ความแช่มชื่น เป็นที่รักของคนทั่วไป ฉะนั้นเมื่อชาวบ้านรักได้ สาวๆก็รักได้ เมื่อสาวๆรักได้ พ่อแผนหนุ่มเมียเพลอก็รักได้เช่นกัน ฉะนั้นพ่อแผนจึงมิได้มีเมียเพียง 2 คน คือนางลาวทอง กับพิมพิลาไลย หรือมีเมีย 5 คนตามที่เข้าใจกัน แต่มีเมียมากกว่านั้น และขุนแผนเองก็ไม่ได้มีฐานนะยากจนเข็ญใจอย่างที่พูดกัน เงินทองพอมี แต่ที่ไม่ได้มีเงินอย่างเหลือล้นเท่านั้นเอง เพราะว่าขุนแผน ไม่ค่อยเก็บสตางค์ ไปที่ไหน ก็จ่าย ให้ลูกน้องดะ เห็นคนยากจนเข็ญใจ ก็สงเคราะห์ให้ตามสมควร มีอะไรพอที่จะช่วยเหลือได้ ก็ช่วยทุกอย่าง รวมทั้งการที่เป็นคนมีลูกน้องมาก นอกจากเบี้ยหวัดเงินปี ที่พระราชาให้ ขุนแผนก็ต้องล้วงเงินในกระเป๋าของตนเลี้ยงด้วย คนทั้งหลายที่มีกำลังดี ก็เก็บเอาไว้ต่อสู้กับข้าศึก ถ้าขุนแผนไม่จับจ่ายใช้สอยมากคงจะมีเงินมากเหมือนกับขุนช้างเช่นกัน แต่ทว่าที่เขาว่าจนก็ยังอยู่ในฐานะคหบดีระดับสูง และการที่ขุนช้างเป็นคนไม่มีลูกก็เลยถือว่าลูกของขุนแผนซึ่งเป็นเพื่อนรักกันเป็นเสมือนลูกของตัวเอง ดังนั้นทุกเช้าขุนช้างจะสั่งให้คนใช้หุงข้าวไว้มากๆ ทำกับข้าว ทำขนมไว้มากๆ เพื่อเวลาที่ลูกของขุนแผนมาจะได้กินกันได้อย่างเพียงพอ เวลาลูกของขุนแผนมาถึงบ้านขุนช้าง ก็เข้าไปหาขุนช้างและก็บอก คุณพ่อไอ้นี่ดี คุณพ่อไอ้นั่นดี อันไหนที่ว่าดีขุนช้างก็หาให้ ลูกของขุนแผนเรียกจะเรียกขุนช้าง ว่า พ่อทุกคน พวกเด็กๆรักขุนช้างเหมือนพ่อ ขุนช้างเองก็รักลูกขุนแผนเหมือนลูกเช่นกัน ลูกขุนแผนต้องการอะไร ขุนช้างหาให้ทั้งหมด นี่ก็แปลว่าทั้งสองคนเป็นคนดีกันจริงๆ

 

  

ขุนแผนนั้นเป็นแม่ทัพที่มีความสามารถมาก เป็นคนรวบรวมกำลังพลของชนชาติไทยในสมัยนั้น ให้เป็นปึกแผ่น เป็นนักรบที่มีความเก่งกาจอย่างมาก รบที่ไหนชนะทั้งหมด เพราะอาศัยว่าเป็นคนมีวิชาอาคมมาก ล่องหนหายตัวได้ สะเดาะกลอนได้ สร้างหุ่นพยนต์ได้ ทำอะไรได้แปลกๆหลายอย่าง การรบทัพจับศึกก็ใช้คนไม่มาก ก็สามารถปราบข้าศึกได้ และด้วยเหตุนี้ ถ้าลองพิจารณาดูว่า เรื่องที่ขุนช้างจะไปแย่งเมียขุนแผนและขุนแผนก็ไปขโมยกลับมานั้น ดูไม่น่าจะเป็นไปได้เท่าไหร่ เพราะถ้าขุนช้างไปแย่งเมียขุนแผนจริง ขุนช้างคงจะไม่รอดแน่ๆ เพราะขุนแผนนี้ มีวิชาอาคม ร้ายกาจมาก ถ้าปรารถนา จะฆ่าคน สักคนนั้น มันไม่ยาก ไม่ต้อง ใช้อาวุธ เป็นแต่ เพียงหยิบเอาต้นหญ้าขึ้นมาต้นเดียว ต้องการให้ต้นหญ้านั้นเข่นฆ่าใคร คนนั้นก็ตายแล้ว ความจริงขุนแผนกับขุนช้างไม่มีเรื่องร้ายอะไรต่อกันเลย จะมีก็แต่ความเข้าใจผิดกันเล็กน้อย ตอนที่ขุนแผนไปตีเมืองจอมทอง มีคนเขามาแกล้ง แย่งความดีของขุนช้าง คิดจะให้ขุนช้างถูกขุนแผน ฆ่าตาย จึงเอากระดูกคนมาแสดงให้ขุนช้างเห็นว่า เวลานี้ขุนแผนตายแล้ว และขุนแผนก็สั่งว่า สำหรับวันทอง ซึ่งเป็นเมียเล็ก เห็นว่า ไม่คู่ควรกับใคร ขอมอบไว้กับขุนช้าง ปกครองด้วย ช่วยรักษาเธอให้มีความสุข แต่เรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรทั้งสองคนก็เข้าใจกันในเวลาต่อมา และประกอบกับคนสมัยนั้นจิตเขา เป็นมหากุศล ทำบุญ ทำกุศล สวดมนต์ ใส่บาตรไหว้พระ เจริญสมถะวิปัสสนากันเป็นปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับขุนแผน ซึ่งก็จะเห็นว่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เขียนกันไปนั้น มันลอกเปลือกกันมาก จนคนเข้าใจกันผิดไปมาก

 

ส่วนหนึ่งบทเสภาจากวรรณคดี ขุนช้าง-ขุนแผนที่แต่งขึ้น ซึ่งกล่าวถึงการเรียนวิชาอาคมของขุนแผน ที่ดูแล้วส่วนใหญ่ถูกต้องตามตำราของพระเวทอาคมและเป็นบทเสภาที่ไพเราะแสดงถึงพรสวรรค์และความชำนาญในการใช้คาถาอาคมของขุนแผน

อันเรื่องราวกล่าวความพลายงามน้อย               ค่อยเรียบร้อยเรียนรู้ครูทองประศรี

ทั้งขอมไทยได้สิ้นก็ยินดี                                   เรียนคัมภีร์พุทธเพทพระเวทมนต์

ปัถมังตั้งตัวนะปัดตลอด                                    แล้วถอนถอดถูกต้องเป็นล่องหน

หัวใจกริดอิทธิเจเสน่ห์กล                                  แล้วเล่ามนต์เสกขมิ้นกินน้ำมัน

เข้าในห้องลองวิชาประสาเด็ก                            แทงจนเหล็กแหลมลู่ยู่ขยั้น

มหาทะมื่นยืนยงคงกระพัน                               ทั้งเลขยันต์ลากเหมือนไม่เคลื่อนคลาย

แล้วทำตัวหัวใจอิติปิโส                                      สะเดาะโซ่ตรวนได้ดังใจหมาย

สะกดคนมนต์จังงังกำบังกาย                            เมฆฉายสูรย์จันทร์ขยันดี

ทั้งเรียนธรรมกรรมฐานนิพพานสูตร                ร้องเรียกภูตพรายปราบกำราบผี

ผูกพยนต์หุ่นหญ้าเข้าราวี                                 ทองประศรีสอนหลานชำนาญมา

 

และอีกเรื่องที่มีความเข้าใจกันผิดๆก็คือเรื่องของกุมารทอง หรือลูกกรอกของขุนแผน จริงๆแล้ว บัวคลี่ไม่ได้ตาย เพราะถูกขุนแผนผ่าท้องเอาลูกไปทำลูกกรอก ความจริงลูกกรอกเขาเกิดมา เพื่อให้คุณแก่พ่อแม่ และมีลักษณะพิเศษ คือ เวลาท้องนั้น ท้องโตได้ยุบได้ บัวคลี่คลอด ลูกออกมาเป็นลูกกรอก แล้วต่อมาอีก 3-4 เดือน จึงได้ตายด้วยโรคภัยธรรมดา

ในตอนท้าย ขุนช้าง ท่านมีราชทินนามหรือบรรดาศักดิ์ ก่อนที่ท่านจะตาย ว่า พระยาภานุมาศ สำหรับขุนแผนนั้น เป็นพระบำราบอรินทร์ และก็เป็น พระยากาญจน์บุรี แต่เนื้อแท้ จริง ๆ ท่านเป็น เจ้าพระยา แต่ทว่า ประวัติศาสตร์หายไปบางส่วน ทั้งสองคน เวลาที่รับราชการอยู่ก็ชอบทำบุญ ทำทาน ตอนพ้น จากราชการก็ไปจำศีลกันในป่าในเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งขุนแผน ไปอยู่ที่เขาชนไก่ จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนขุนช้าง ปรากฏว่า หลบไปอยู่ทางเขาราวเทียน ซึ่งอยู่ทางหลังอำเภอหันคา ทั้งสองคนจำศีลภาวนาจนได้ ฌานสมาบัติ ตายจากความเป็นคน ขุนช้างไปเกิด เป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราช แต่สำหรับขุนแผน เวลาตายก็เข้า ฌานตาย เพราะมีกำลังใจใหญ่ ตายแล้วไปเกิดเป็นพรหม และก็เป็นพรหมที่ขยันเกิดด้วย เพราะมีนิสัย ชอบยุ่ง ท่านถือว่า คนไทยที่มีน้ำใจดี เป็นคนของท่าน เป็นพี่เป็นน้องท่าน และท่าน ก็มาเกิดอีกครั้งในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช มี นามว่า นายเหล็ก สมัยรัตนโกสินทร์ก็มาเกิดอีก แต่จะเป็นใครนั้นไม่รู้แล้ว

 

อย่างไรก็ดีขุนแผนหรือพยากาญจน์บุรี เป็นยอดวีรบุรุษของแผ่นดินสยามที่ลูกหลานคนไทยสมควรจะจดจำและน้อมรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญและความเสียสละของท่านที่ทำหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองไม่ให้ตกเป็นเมืองขึ้นของอริราชศัตรู ประกอบกับคุณงามความดีที่ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความสื่อสัตย์สุจริตเห็นแก่ประโยนชน์ของบ้านเมืองเหนือกว่าสิ่งอื่นใด ท่านเป็นทั้งนักรบที่เก่งกาจกล้าหาญ และเป็นนักรักที่น่าเคารพศรัทธา ใครที่เคยเข้าใจขุนแผนผิดได้อ่านบทความนี้แล้วแล้วก็ได้โปรดเข้าเสียใหม่ เพราะประวัติศาสตร์เรื่องจริง กับนิยายที่แต่งขึ้นภายหลังนั้นมันแต่งต่างกันมาก  ให้ข้อสังเกตถึงบารมีของพ่อขุนแผนไว้อย่างหนึ่งคือ คำว่าขุนแผน ทุกคนที่เกิดมาเป็นคนไทยจะคุ้นหูกันดี  ถึงแม้แต่คนที่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าเรื่องราวของขุนแผนจริงๆเป็นอย่างไร หรือจะเข้าใจไปในแบบไหนก็ดี แต่ชื่อ “ขุนแผน” ก็ติดอยู่ในหัวใจคนใจคนไทย ตรงกับคำกล่าวที่ว่าคนไทยหัวใจขุนแผนยังไงละครับ รู้ความจริงแล้วหากใครศรัทธา ลองบูชาพ่อแผนด้วยความจริงใจ แล้วท่านจะพบกับสิ่งดีๆที่ท่านไม่เคยคิดมาก่อนเลยทีเดียว

 

ข้อมูลภาพจากจาก : ภาพยนต์เรื่องขุนแผน

 

 

สนใจบูชาวัตถุมงคลประเภทพระขุนแผนเชิญได้ที่
หมวดพระขุนแผน Click ตามนี้ได้เลย : พระขุนแผน

 

เข้าสู่เว็บไซต์พระเครื่องออนไลน์สยามมงคล Click ตรงนี้