วิธีแก้ไขดวงชะตาที่ถูกต้อง

อันว่าดวงชะตาราศีนั้นคืออะไรสำคัญอย่างไร เพราะว่าหลายคนมีความเชื่อเรื่องดวงชะตา และเสาะแสวงหาวิธีที่ทำให้ดวงชะตาของตัวเองดี โดยการไปหาหมอดูบ้าง ไปหาอาจารย์หรือวัดต่างๆที่มีพิธีกรรมเกี่ยวกับการเสริมดวงชะตาบ้าง อาทิเช่นการเข้าพิธีสวดพาณยักษ์ หรือพิธีกรรมต่างๆตามควาเชื่อความศรัทธา หรือแม้แต่การไปหาหมอดูเพื่อฟังคำแนะนำต่างๆที่ถูกวิธีก็มีที่ผิดเพี้ยนไปก็มากมี สุดแล้วแต่ว่าจะเป็นอย่างไร ดวงชะตานั้นเป็นอย่างไรมีความสำคัญอย่างไร บทความนี้จะได้นำความรู้มานำเสนอให้เป็นวิทยาทาน

อันว่าดวงชะตานั้นหากจะดูจากความหมายและลักษณะแล้วมีความหมายในลักษณะของสิ่งต่างๆ หรือวิถีต่างๆของคนที่เกิดมาจะต้องประสบพบเจอ จะร้ายบ้างดีบ้าง ก็สุดแล้วแต่แบบแต่อย่างของแต่ละคน แล้วดวงชะตานั้นมาจากไหน ใครเป็นผู้กำหนด แท้จริงแล้วดวงชะตาของคนนั้นตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วก็คือผลของการกระทำในอดีตของจิตดวงนั้นนั่นเอง สิ่งที่ยืนยันที่มาจากคำกล่าวนี้ก็คือ สิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงค้นพบเมื่อครั้นบำเพ็ญสมาธิภาวนารวมจิตรวมใจพิจารณาในวันที่ได้ตรัสรู้เป็นพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาน โดยพระญานที่สองที่พระพุทธองค์ทรงพิจารณาแล้วได้ทราบข้อเท็จจริงสิ่งหนึ่งนี้คือ “จุตูปปาตญาณ” เป็นญานหรือความรู้ที่ว่าด้วยการเกิดและตายของสัตว์ทั้งหลายที่เวียนว่ายในสังสารไม่รู้จักจบสิ้นนี้ ซึ่งพระองค์ทรงทราบด้วยพระญานของพระองค์ว่าการเกิดของสัตว์ทั้งหลายนี้เกิดจากอำนาจของกรรม หรือวิถีของดวงจิตของสัตว์นั่นเองที่นำพาให้ดวงจิตต่างๆ เกิดและตายในภพภูมิน้อยใหญ่นี้ วนเวียนไม่รู้จักจบสิ้นซึ่ง วิถีของการเกิดนี้เองเป็นอิทธิพลของกฏแห่งกรรม หรือผลของการกระทำหรือการกระทำที่เกิดจากเจตนาของดวงจิตดวงนั้นในอดีตนั่นเองที่ชักพาให้จิตดวงนั้นมีแรงพลังดันให้ไปเกิดในภูมิต่างๆ โดยผลของกรรมดีและชั่วหรือผลของการกระทำต่างๆของเจตนาจิตดวงนั้นเองที่พลักดันให้สัตว์เกิดอยู่ หลังจากเกิดแล้วก็ตายจากภูมินั้นและแสวงหาที่เกิดอีกไม่รู้จักจบสิ้นด้วยอำนาจของกรรมที่ได้ทำไว้นั้นเอง นี่เป็นสิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าศาสดาองค์เอก ได้ทรงทราบด้วยอำนาจของพระพุทธญาน และได้จำแนกเป็นพระธรรมไว้ให้พุทธศาสนิกชน พุทธบริษัททั้งหลายได้ทราบโดยไม่ต้องไปเสาะแสวงหาด้วยตัวเอง นับเป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระองค์ทรงได้ใช้พระปัญญาคุณหยั่งทราบถึงความจริงข้อนี้แล้ว พระองค์ก็ยังมีพระมหากรุณาธิคุณนำความรู้นี้มาบอกกับสัตว์โลกทั้งหลายที่จิตใจไม่มืดบอดเกินไปได้รู้และเพื่อจะได้กำหนดวิถีของแต่ละคนต่อไป

ในเมื่อกฏแห่งกรรมหรือผลของการกระทำเป็นตัวกำหนดการเกิดของสัตว์ทั้งหลาย กรรมนั้นก็จำแนกสัตว์ด้วย นั่นหมายความว่า หากเป็นผลของการทำดีต่างๆ อาทิเช่นผลของทาน ศีล ภาวนา หรือการทำดีในรูปแบบต่างๆ  ก็จำแนกสัตว์นั้นเกิดในที่ๆดีมีความสุข ตามกำลังแห่งความดีนั้น เช่นหากมีศีลทาน มากมีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปก็มีปัจจัยไปเกิดเป็นเทวดา มีสวรรค์เป็นภูมิที่รองรับเป็นต้น หากน้อยกว่านั้นได้เกิดเป็นคนอีกมีกำลังของศีลทาน และความดีต่างๆที่ทำมาในอดีตเกื้อหนุนเกิดเป็นมนุษย์ก็จะมีความสุขสบายร่ำรวยมากน้อยตามอำนาจของบุญและความดีที่สั่งสมมา แต่ถ้าหากเป็นผลของกรรมชั่วกรรมเลว อาทิเช่นความชั่วๆต่างๆที่เกิดจากการทำผิดศีล 5 หรือความเลวในรูปแบบต่างๆก็จำแนกให้สัตว์นั้นไปเกิดในอบายภูมิ มีนรกภูมิซึ่งเป็นภูมิที่ลงโทษดวงจิตของผู้ที่มีบาปเป็นต้น หากเลวน้อยกว่าตกนรก ก็เป็นเปรต เป็นอสุรกาย หรือเป็นสัตย์เดรัจฉาน ก็ถือเป็นภูมิของผู้ที่มีบาปมาแต่อดีตที่ส่งผลให้เกิดในภูมินั้นๆ

ด้วยเหตุและผลดังที่ได้ยกมาแล้วนั้น การมาเกิดเป็นคนของดวงจิตต่างๆ เมื่อมีโอกาสได้มาเกิดเป็นคนแล้วก็ถือเป็นผู้มีบุญหรือความดีในระดับหนึ่งแล้ว เพราะภูมิของมนุษย์นี้เป็นภูมิกลางๆ เป็นภูมิที่ว่าด้วยการเกิดของสัตว์ที่อาจจะหมดกรรมเลวหรือบาปแล้วจากอบายภูมิ มีโอกาศได้แก้ตัวมาเกิดเป็นมนุษย์อีก หรืออาจจะเป็นภูมิที่เทวดาลงมาเกิดเพื่อสั่งสมบุญบารมีให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามนุษภูมิหรือโลกมนุษย์นี้เป็นที่ๆดวงจิตทั้งหลายมาเกิดเป็นมนุษย์หรือคนนั่นเอง เมื่อมาเกิดแล้วก็มีวิถีที่เป็นไปตาม สถานที่ เชื้อชาติ ภูมิประเทศ หรือครอบครัวที่มาเกิด อันนี้เองที่เป็นสิ่งที่จำแนกคนให้มีความต่างกัน ทำให้มีคนรวยคนจน คนเชื้อชาติต่างๆ มีฐานะ มีความรู้มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไป ตามอะไร…?   มาถึงตรงนี้หาจะดูตามหลักใหญ่ตามที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่าตามที่พระพุทธเจ้าสอนว่า กรรมเป็นสิ่งที่ทำให้สัตว์เกิด เมื่อกรรมเป็นสิ่งที่นำพาให้สัตว์หรือดวงจิตนั้นมาเกิด ก็กรรมนั่นแหละเป็นตัวจำแนกสัตว์ให้เป็นไป คือกรรมที่ส่งมาเกิดนั่นแหละเป็นสิ่งที่ทำให้สัตว์หรือคน(คำว่าสัตว์ในที่นี้ตามความหมายในที่นี้ คนสัตว์ เทวดาหรือสัตว์นรก พระพุทธเจ้าท่านก็เรียกว่าสัตว์คือสัตว์ที่เกิดในภูมิต่างๆ) มีวิถีเป็นไปอย่างไร อาทิเช่นยากจนข่นแค้น ร่ำรวย สุขสบาย สูงส่งมีศักดิ์หรือต่ำต้อยด้วยค่า ก็เป็นอำนาจของกรรมนี้ทั้งสิ้น มาถึงตรงนี้ให้ย้อนระลึกว่ากรรมมาจากไหน กรรมก็มาจากผลของการกระทำในอดีตชาตินั่นเองที่ทำให้มาเกิดผลในปัจจุบัน

เมื่อมาถึงตรงนี้แล้วก็จะเห็นได้ว่า ดวงชะตา หรือวิถีชีวิตของคนนั้นก็เกิดจากอำนาจของกฏแห่งกรรม คือผลของการกระทำที่คนๆนั้นได้ทำมาในอดีตนั่นเองมีอิทธิอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งการให้ผลของกรรมต่างๆนั้นหากอยากจะทราบโดยละเอียดแล้วสามารถไปค้นคว้าได้ในพระไตรปิฏกซึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้แสดงไว้มากมาย  ดังนั้นการแก้ดวงชะตา การเสริมดวงชะตา หรือการเปลี่ยนดวงชะตานั้นก็คือการเปลี่ยนกรรมนั่นเอง กรรมเปลี่ยนได้ไหม? การกระทำในอดีตที่ล่วงไปแล้วย่อมเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะล่วงไปแล้ว แต่จะเปลี่ยนผลของกรรมได้ไหม ในเมื่อกรรมเป็นอำนาจที่เกิดจากการกระทำในอดีตย่อมเปลี่ยนแปลงผลไม่ได้ เมื่อให้ผลแล้วก็ต้องรับผลนั้น แต่ตามหลักของกรรมในพระพุทธศาสนา เมื่อผลของกรรมในอดีตเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ผลของกรรมในอนาคตสามารถกำหนดได้ กำหนดได้อย่างไร ก็ในเมื่อกรรมเป็นผลจากการกระทำในอดีตให้ผลมาในปัจจุบัน อย่างนั้นเราทำกรรมอันใดไว้ในปัจจุบันก็จะมีผลไปในอนาคตใช่หรือไม่ เมื่อเป็นอย่างนั้นการเปลี่ยนแปลงปัจจุบันก็ย่อมมีผลไปในอนาคตอย่างแน่นอน นั้นหมายความว่าวันนี้เรามีความสุขหรือความทุกข์ที่เกิดจากการกระทำในอดีตอย่างไร ก็ให้เป็นไปอย่างนั้นหากเป็นความทุกข์ความเดือดร้อนก็ทนรับไปด้วยใจอันมั่นคง และกำหนดอนาคตว่าเราจะให้มีผลอย่างไร เช่นวันนี้เรามีความทุกข์กับความเดือดร้อนเรื่องเงินทองเก็บเงินไม่อยู่ทรัพย์ที่หาได้ หมดไปอย่างรวดเร็วหรือมีเหตุให้ต้องเสียเงินทองประจำ ก็แสดงว่าในอดีตชาตินั้นทำผิดหรือทำบาปผิดศีลข้อ 3 มามาก คือเอาทรัพย์ของคนอื่นมาโดยมิชอบ หรือลักเล็กโขมยน้อย ปล้นจี้ชิงเขามามากในอดีตชาติ เมื่อมาเกิดเป็นคนอีก เมื่อกรรมตัวนี้ตามให้ผลก็ย่อมมีปัญหาเรื่องทรัพย์เงินทอง เมื่อรับกรรมหรือกรรมมีผลอยู่ วิธีที่ให้กรรมหมดไปก็คือรับผลของสิ่งที่ทำในอดีตให้หมดหรือให้น้อยลง และเปลี่ยนปัจจุบัน คือปรับเปลี่ยนนิสัยให้หาเงินมาด้วยวิถีที่ชอบ ไม่ลักโขมย ฉ้อโกงหรือเอาทรัพย์ของคนอื่นมาโดยทางที่ไม่ชอบ และหมั่นให้ทานคือการเสียสละทรัพย์ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือบุคคลโดยไม่หวังผลตอบแทน อย่างนี้เป็นต้น ดังนี้จึงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขดวงชะตาที่ถูกต้อง

การแก้ไขดวงชะตาโดยวิธีอื่นอาทิเช่นไปหาพระท่านช่วยก็ดี ไปทำพิธีต่างๆ และทำวิธีการอื่นก็ดี เป็นการไปพึ่งอำนาจของสิ่งอื่นเพื่อช่วยให้มาเบียดแรงของกรรม เพราะพระที่ท่านเก่งก็ดี พิธีกรรมต่างๆก็ดีก็จะมีเทวดาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยช่วยเหลืออยู่ มาถึงตรงนี้บางคนอาจจะสงสัยว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยได้จริงไหม แท้จริงแล้วกฏแห่งกรรมหรือพลังของกรรมก็มีพลังอำนาจอย่างหนึ่ง พระที่ท่านเก่งๆท่านก็จะมีพลังจิตหรือแรงอย่างหนึ่ง เทวดาท่านก็มีแรงของพลังที่เกิดจากอำนาจของเทวดานั้น เมื่อพลังงานสองพลังงานมาเบียดกันก็ต้องดูว่าพลังของกรรม กับสิ่งที่มาช่วยนั้นอันไหนแรงกว่ากันถ้ากรรมนั้นไม่หนัก พลังของตัวช่วยที่เกิดจากพระหรือเทวดาก็อาจจะเบียดช่วยเข้าไปได้ แต่ถ้ากรรมมีพลังมากกว่า พลังที่เข้ามาช่วยก็ช่วยไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เองที่หลายคนไปแก้ที่พระหรือไปทำพิธีแล้วได้ผลไม่เหมือนกันก็ด้วยเหตุผลนี้

วิธีแก้กรรมที่ถูกต้อง และใช้วิธีให้พระที่ท่านเก่งๆ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยนั้น เมื่อให้ท่านช่วยแล้วเจ้าตัวเองก็ควรกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี รักษาศีล และแก้ไขตัวเองให้ดีในปัจจุบันด้วย จึงจะถือว่าเป็นแก้ไขดวงชะตาอย่างถูกต้อง

ดังนั้นการแก้ไขดวงชะตาให้ดีขึ้นในอนาคต หรือการสร้างดวงชะตาของตัวเองให้เกิดแต่สิ่งดีๆในอนาคต ก็คือการทำดี การเปลี่ยนแปลงแก้ไขสิ่งไม่ดีทั้งหลายที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ละเลิกความชั่ว การกระทำที่ไม่ดีทั้งหลาย และดำรงตนอยู่ในความดี เป็นคนมีศีล หมั่นทำบุญกุศล รู้จักการให้ทานคือการเสียสละ มีความละอายและเกรงกลัวต่อความชั่วทั้งหลาย จึงจะถือได้ว่าเป็นการแก้ไขดวงชะตา หรือการแก้กรรมที่แท้จริง