ศูนย์รวมพระเครื่อง เครื่องรางของขลังไทย :: www.siammongkol.com® 
เรามีพระเครื่อง วัตถุมงคล จากวัดที่ปลุกเสกแล้วจากเกจิอาจารย์ทั่วไทยให้บูชา Thai Amulets Sacred object,Talisman.

เหรียญสมเด็จพระสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ พระเครื่อง วัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง หาได้ที่เว็บไซต์ www.siammongkol.com
 

เหรียญสมเด็จพระสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์

บุ๊กมาร์คหน้านี้ไว้ในรายการโปรด - Bookmark this site!

หน้าแรก
หน้าแรก
รายการพระเครื่อง/วัตถุมงคลทั้งหมด
รายการพระเครื่อง/วัตถุมงคลทั้งหมด
วิธีสั่งของ/บูชาวัตถุมงคล
วิธีสั่งของ/บูชาวัตถุมงคล
แจ้งโอนเงิน/แจ้งชื่อที่อยู่การจัดส่ง
แจ้งโอนเงิน/แจ้งชื่อที่อยู่การจัดส่ง
ติดต่อเรา/สอบถามวัตถุมงคล
ติดต่อเรา/สอบถามวัตถุมงคล
แผนที่ร้าน/เส้นทาง
แผนที่ร้าน/เส้นทาง
แจ้งหมายเลขส่งของ/ติดตามพัสดุ
แจ้งหมายเลขส่งของ/ติดตามพัสดุ
เว็บบอร์ดพระเครื่อง/กระดานสนทนา
เว็บบอร์ดพระเครื่อง/กระดานสนทนา
ติดตาม Siammngkol.com ได้ที่ Facebook
ติดตาม Siammngkol.com ได้ที่ Facebook
เหรียญในหลวงรัชกาลที่ 9 ปี 2542 เหรียญนั่งบัลลังก์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ปี 2539
 
 

ลูกค้าที่จะมาร้านกรุณา ---> โทร.นัดล่วงหน้า <--- ก่อนจะมาในฃ่วงบ่าย ๆ
เหรียญสมเด็จพระสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
เหรียญสมเด็จพระสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
เหรียญสมเด็จพระสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
เหรียญสมเด็จพระสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์


รหัส :  01844   Bookmark and Share
ชื่อ :  เหรียญสมเด็จพระสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
ประเภท :  19-เหรียญเก่าเหรียญดี(ที่แนะนำ)
ราคา :  0.00
สถานะ :  [หมดแล้ว] [Sold out] - รายการนี้ขณะปัจจุบันหมดไม่มีในร้าน   
 

          พระประวัติและเกียรติคุณของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ประทับอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ได้รับมหาสมณุตมาภิเษก เมื่อ ปี พ.ศ. 2434 เมื่อพระชนมายุได้ 82 พรรษา เป็นพระมหาสมณเจ้า ฯ ได้ 10 เดือน ก็สิ้นพระชนมเมื่อปี พ.ศ. 2435 พระชมมายุได้ 83 พรรษา

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็นพระโอรสพระองค์ที่ 18 ในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาน้อยเล็ก เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2352 เมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา ได้ทรงผนวชเป็นสามเณร ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร โดยมีสมเด็จพระสังฆราช (มี) เป็นพระอุปัชฌาย์ และทรงผนวชเป็นพระภิกษุเมื่อมีพระชนมายุครบ 20 พรรษา พระองค์ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ สำนักวัดมหาธาตุ ทรงแตกฉานในภาษาบาลี พระนิพนธ์ที่แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในภาษาบาลี คือ พระนิพนธ์เรื่อง สุคตวิทัตถิวิธาน ซึ่งทรงนิพนธ์เป็นภาษาบาลี นอกจากนี้ ยังได้ทรงนิพนธ์เรื่องเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ เป็นภาษาบาลีอีกหลายเรื่อง นับว่าพระองค์ทรงเป็นปราชญ์ทางภาษาบาลีที่สำคัญพระองค์หนึ่ง

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงสมณศักดิ์ที่พระราชาคณะ โดยมีสมณศักดิ์เสมอพระราชาคณะสามัญ ต่อมา ในปี พ.ศ. 2394 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่างกรม มีพระนามว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าฤกษ์ กรมหมื่นบวรรังษีสุริยพันธุ์ เสด็จสถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร เป็นเจ้าคณะใหญ่ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย นับว่าทรงเป็นเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุติพระองค์แรก เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสสิ้นพระชนม์ เมื่อปี พ.ศ. 2396 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มิได้ทรงสถาปนาพระเถระรูปใดขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชอีกตลอดรัชกาลรวมเป็นระยะเวลา 15 ปี ในระหว่างนั้น พระองค์ทรงดำรงสมณฐานันดรเป็นที่สอง รองจากสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระมหาสังฆปรินายก คือ สมเด็จพระสังฆราช

เมื่อปี พ.ศ. 2416 พระองค์ทรงเป็นพระราชอุปัธยาจารย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งในปีเดียวกันนี้ ทรงได้รับการโปรดเกล้า ฯ เลื่อนพระอิสริยยศขึ้นเป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ การที่เลื่อนพระอิศริยยศครั้งนี้ แม้ว่าพระองค์จะไม่ทรงรับถวายมหาสมณุตมาภิเษกในที่สมเด็จพระสังฆราช แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ถวายพระเกียรติยศในทางสมณศักดิ์สูงสุด เท่ากับทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงขึ้นครองราชย์ ก็ยังมิได้ทรงสถาปนาพระเถระรูปใดเป็นสมเด็จพระสังฆราชเป็นระยะเวลาถึง 23 ปี จึงได้ทรงสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช

ในปี พ.ศ. 2438 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ทรงเจริญพระชนมายุไม่มีพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์ใดในพระบรมราชตระกูลอันนี้ ที่ล่วงลับไปแล้วก็ดี ยังดำรงอยู่ก็ดีที่จะมีพระชนมายุเทียมถึง รวมทั้ง ยังเป็นที่นับถือของคนทั่วไปทั้งฝ่ายคฤหัสถ์และฝ่ายบรรพชิต พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระราชพิธีมหาสมณุตามาภิเษกเลื่อนพระอิสริยยศขึ้นเป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมสมเด็จพระปวเรศวริยาลงกรณ์ (สมเด็จกรมพระยา ในปัจจุบัน) มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า[1]

"พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมสมเด็จพระปวเรศวริยาลงกรณ์ บวรรังษีสุริยพันธุ์ ปิยพรหมจรรย์ธรรมวรยุต ปฏิบัติสุทธคณนายก ธรรมนิติสาธกปวรัยยะบรรพชิต สรรพธรรมิกกิจโกศล สุวิมลปรีชา ปัญญาอรรคมหาสมณุดม บรมพงษาธิบดี จักรกรีบรมนารถ มหาเสนานุรักษ์อนุราชวรางกูร ปรมินทรบดินทรสูรย์หิโตปัธยาจารย์ มโหฬารเมตยาภิธยาไศรย ไตรปิฎกโหรกลาโกศล เบญจปดลเสวตรฉัตร ศิริรัตโนปลักษณมหาสมณุตมาภิเศกาภิสิต ปรมุกฤษฐสมณศักดิธำรง มหาสงฆปรินายก พุทธสาสนดิลกโลกุตมมหาบัณฑิตย์ สุนทรวิจิตรปฏิภาณ ไวยัตติยญาณมหากระวี พุทธาทิศรีรัตนไตรคุณารักษ์ เอกอรรคมหาอนาคารินรัตน สยามาขิโลกยปฏิพัทธพุทธปริสัษยเนตร สมณคณินทราธิเบศรสกลพุทธจักโรปการกิจ สฤษดิศุภการ มหาปาดมกษประธานวโรดม บรมนารถบพิตร"

ภายหลังพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริว่า การเรียกพระนามพระบรมราชวงศ์ซึ่งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระประมุขแห่งสังฆมณฑลแต่เดิมนั้นเรียกตามพระอิสริยยศแห่งพระบรมราชวงศ์ ไม่ได้เรียกตามสมณศักดิ์ของพระประมุขแห่งสังฆมณฑล คือ "สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ" หรือที่เรียกอย่างย่อว่า "สมเด็จพระสังฆราช" พระองค์จึงเปลี่ยนคำนำพระนามของพระบรมวงศานุวงศ์ซึ่งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระประมุขแห่งสังฆมณฑลว่า "สมเด็จพระมหาสมณเจ้า" เพื่อให้ปรากฏพระนามในส่วนสมณศักดิ์ด้วย ดังนั้น จึงเปลี่ยนคำนำพระนามเป็น "สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์"[2]

พระองค์ทรงพระประชวรด้วยพระโรคชราและสิ้นพระชนมเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2435[3] พระชมมายุได้ 83 พรรษา 13 วัน ทรงผนวชเป็นพระภิกษุได้ 64 พรรษา

พระปรีชาสามารถ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า ฯ นอกจากจะเป็นปราชญ์ทางภาษาบาลีแล้ว ยังทรงมีพระปรีชาสามารถ ในด้านต่าง ๆ พอประมวลได้ดังนี้ คือ

ด้านสถาปัตยกรรม ทรง ออกแบบพระปฐมเจดีย์ องค์ที่เป็นอยู่ปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2396
ด้านโบราณคดี ทรงเป็นนักอ่านศิลาจารึกรุ่นแรกของไทยได้ศึกษาและรวบรวมจารึกต่าง ๆ ในประเทศไทยไว้มาก และได้ ทรงอ่านจารึกสุโขทัยหลักที่ 2 ที่เป็นอักษรขอม เป็นพระองค์แรก
ด้านประวัติศาสตร์ ทรงนิพนธ์ลิลิตพงศาวดารเหนือ เรื่องพระปฐมเจดีย์ และพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ เป็นต้น
ด้านดาราศาสตร์ ทรงพระนิพนธ์ ตำราปักขคณนา (คำนวณปฏิทินทางจันทรคติ) ไว้อย่างพิสดาร
ด้านวิทยาศาสตร์ ทรงบันทึกจำนวนฝนตกเป็นรายวัน ติดต่อกันเป็นเวลาถึง 45 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2389 ถึงปี พ.ศ. 2433 เพื่อเป็นการเก็บสถิติน้ำฝนในประเทศไทย เรียกบันทึกนี้ว่า จดหมายเหตุบัญชีน้ำฝน
ด้านกวี ทรงพระนิพนธ์เรื่องต่าง ๆ ทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาบาลี ไว้เป็นจำนวนมาก ที่เป็นภาษาไทย ทรงนิพนธ์ไว้จำนวนมาก เช่น ได้ลงพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ กาพย์เสด็จนครศรีธรรมราช ลิลิตพงศาวดารเหนือ เป็นต้น
ด้านพระศาสนา ทรงเป็นองค์ประธานชำระและแปลพระไตรปิฎก พิมพ์พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยขึ้นเป็นครั้งแรก ทรงกำหนดพระราชบัญญัติ และประกาศคณะสงฆ์ต่าง ๆ ทรงให้กำเนิดพระกริ่งในประเทศไทย ทรงสร้างพระกริ่งที่เรียกกันว่า พระกริ่งปวเรศ ซึ่งเป็นต้นแบบของพระกริ่ง ในยุคต่อมาของไทย

พระประวัติและเกียรติคุณของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส
สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จสถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า ฯ เมื่อปี พ.ศ. 2443 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรงพระอิสริยยศ 22 พรรษา สิ้นพระชนม์เมื่อปี พ.ศ. 2464 พระชนมายุ 62 พรรษา

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาแพ ธรรมสโรช ประสูติ เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2403 ในวันที่พระองค์ประสูตินั้นฝนตกหนักมากราวกับฟ้ารั่ว เหมือนพญานาคให้น้ำบริเวณกรุงเทพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัวได้ทรงตรวจดวงพระชะตากำเนิดแล้ว จะคงทรงล่วงรู้ถึงกาลอนาคตว่าพระราชโอรสพระองค์นี้ จะต้องได้เป็นใหญ่ในสังฆมณฑล จึงพระราชทานนามว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ ต่อมา เจ้าจอมมารดาแพเสียชีวิตลง ในขณะที่พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพมีพระชนม์มายุเพียง 1 พรรษา ภาระจึงตกอยู่ที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุตรี กรมหลวงวรเสรฐสุดา ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้า เมื่อทรงเจริญวัยทรงพระดำเนินได้ รับสั่งได้คล่องแคล่ว จึงเสด็จพำนักอยู่กับท้าวทรงกันดาร (ศรี) ซึ่งเป็นยายแท้ ๆ[1]

เมื่อพระชนมายุได้ 8 พรรษา ทรงเริ่มศึกษาภาษาบาลี จนสามารถแปลธรรมบทได้ก่อนทรงผนวชเป็นสามเณร นอกจากนี้ยังทรงศึกษาภาษาอังกฤษ และโหราศาสตร์ อีกด้วย ถึงปี พ.ศ. 2416 เมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้ทรงผนวชเป็นสามเณร โดยมี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ทรงเป็นอุปัชฌาย์ และหม่อมเจ้าพระธรรมุณหิศธาดาทรงเป็นผู้ประทานศีล 10 หลังจากทรงบรรพชาแล้วได้ประทับอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ประมาณ 2 เดือน จึงทรงลาผนวช[2] ครั้นครบปีบวช (พระชนมพรรษา 20 ปี) ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้ทรงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2422 ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์จารย์ และพระจันทรโคจรคุณ (ยิ้ม จันทรังสี) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ แล้วมาประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร

เมื่อทรงผนวชได้ 3 พรรษา ทรงเข้าแปลพระปริยัติธรรมหน้าพระที่นั่ง ทรงแปลได้เป็นเปรียญ 5 ประโยค จากนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส และเป็นเจ้าคณะรอง ในธรรมยุติกนิกาย เมื่อปี พ.ศ. 2424 พระองค์ได้ครองวัดบวรนิเวศวิหาร สืบต่อจากสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศ ฯ เมื่อปี พ.ศ. 2434 ได้เลื่อนสมณศักดิ์ เป็นสมเด็จพระราชาคณะเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติ เมื่อปี พ.ศ. 2436

ทรงเริ่มพัฒนาการพระศาสนา โดยเริ่มต้นที่วัดบวรนิเวศวิหาร ได้แก่ริเริ่มให้ภิกษุสามเณรที่บวชใหม่ เรียนพระธรรมวินัยในภาษาไทย มีการสอบความรู้ด้วยวิธีเขียน ต่อมาจึงกำหนดให้เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับคณะสงฆ์ เรียกว่า นักธรรม ทรงจัดตั้ง มหามงกุฎราชวิทยาลัย เป็นการริเริ่มจัดการศึกษาของพระภิกษุ สามเณรแบบใหม่ คือ เรียนพระปริยัติธรรม ประกอบกับวิชาการอื่น ที่เอื้ออำนวยต่อการสอนพระพุทธศาสนา ผู้ที่สอบได้จะได้เป็นเปรียญเช่นเดียวกับที่สอบได้ในสนามหลวง เรียกว่า เปรียญมหามงกุฎ แต่ได้เลิกไปในอีก 8 ปีต่อมา ทรงออกนิตยสาร ธรรมจักษุ ซึ่งเป็นนิตยสารทางพระพุทธศาสนา ฉบับแรกของไทย

ทรงอำนวยการจัดการศึกษาหัวเมืองทั่วราชอาณาจักรเมื่อปี พ.ศ. 2441 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่จะขยายการศึกษาขั้นพื้นฐานไปยังประชาชนทั่วราชอาณาจักร ทรงเห็นว่า วัดเป็นแหล่งให้การศึกษาแก่คนไทยมาแต่โบราณกาล เป็นการขยายการศึกษาได้เร็วและทั่วถึง เพราะมีวัดอยู่ทั่วไปในพระราชอาณาจักร ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน งานนี้มีกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยสนับสนุน พระองค์ดำเนินการอยู่ 5 ปี ก็สามารถขยายการศึกษาขั้นพื้นฐานคือ ชั้นประถมศึกษา ออกไปได้ทั่วประเทศ จากนั้นจึงให้กระทรวงธรรมการ ดำเนินการต่อไป

ทรงปรับปรุงการปกครองคณะสงฆ์ เพื่อให้การปกครองคณะสงฆ์เป็นไปด้วยดี เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาตนเอง และประเทศชาติ จึงเกิด พ.ร.บ. ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2445) ขึ้น ซึ่งเป็น พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับแรกของไทย สาระสำคัญของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้จัดคณะสงฆ์ออกเป็น 4 คณะ คือ คณะเหนือ คณะใต้ คณะกลาง และคณะธรรมยุติกา มีสมเด็จพระราชาคณะเป็นเจ้าคณะ และมีพระราชาคณะรอง คณะละหนึ่งรูป รวมเป็น 8 รูป ทั้ง 8 รูปนี้ยกขึ้นเป็น มหาเถรสมาคม เป็นองค์กรสูงสุดของคณะสงฆ์ และเป็นที่ปรึกษาในการพระศาสนา และการคณะสงฆ์ของพระมหากษัตริย์ มีเจ้าคณะปกครองลดหลั่นไปตามลำดับคือ เจ้าคณะมณฑล เจ้าคณะเมือง เจ้าคณะแขวง และเจ้าอาวาส มีเสนาบดีกระทรวงธรรมการ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ มหาเถรสมาคมเป็นเพียง ที่ทรงปรึกษา ขององค์พระมหากษัตริย์ ดังนั้นกระทรวงธรรมการ จึงต้องทำหน้าที่สังฆราชโดยปริยาย

พระองค์ได้เลื่อนพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวชิรญาณวโรรส เมื่อปี พ.ศ. 2449 และเมื่อปี พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งพระราชพิธีมหาสมณุตมาภิเษก ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงเลื่อนพระอิสริยยศจากกรมหลวงขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงสมณศักดิ์เป็นเจ้าคณะใหญ่แห่งพระสงฆ์ ทั้งกรุงเทพมหานคร และหัวเมืองทั่วพระราชอาณาเขต[3]

หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริว่า การเรียกพระนามพระบรมราชวงศ์ซึ่งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระประมุขแห่งสังฆมณฑลแต่เดิมนั้นเรียกตามพระอิสริยยศแห่งพระบรมราชวงศ์ ไม่ได้เรียกตามสมณศักดิ์ของพระประมุขแห่งสังฆมณฑล คือ "สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ" หรือที่เรียกอย่างย่อว่า "สมเด็จพระสังฆราช" พระองค์จึงเปลี่ยนคำนำพระนามของพระบรมวงศานุวงศ์ซึ่งดำรงสมณศักดิ์เป็นพระประมุขแห่งสังฆมณฑลว่า "สมเด็จพระมหาสมณเจ้า" เพื่อให้ปรากฏพระนามในส่วนสมณศักดิ์ด้วย โดยพระองค์ได้เปลี่ยนคำนำพระนามของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เป็น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เพื่อเฉลิมพระเกียรติเป็นพระองค์แรก[4]

ในปีต่อมาคือ ปี พ.ศ. 2454 พระองค์ได้ทรงมีลายพระหัตถ์ถึงเสนาบดีกระทรวงธรรมการ มีความว่า ควรถวายอำนาจในการปกครองคณะสงฆ์แก่พระองค์ ในฐานะที่ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชให้เด็ดขาด เพื่อให้การปกครองคณะสงฆ์เรียบร้อย หลังจากนั้นอีก 6 เดือน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงมอบการทั้งปวงซึ่งเป็นกิจธุระพระศาสนา ถวายแด่พระองค์ผู้เป็นมหาสังฆปรินายก เมื่อปี พ.ศ. 2455

ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ประชวรด้วยวัณโรค มีพระอาการเรื้อรังมานานนับสิบปี จนกำเริบรุนแรงเกินกว่าความสามารถของแพทย์หลวง ในที่สุดท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ก็สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2464 สิริรวมพระชนมายุได้ 62 พรรษา[5] ครองวัดบวรนิเวศวิหารนาน 30 ปี ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชอยู่ 10 ปี 7 เดือน[6]

พระกรณียกิจ

พระอาสน์ที่ประทับของสมเด็จพระมหาสมณะเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ที่ตำหนักเพชร วัดบวรนิเวศวิหารพระองค์ได้ทรงปรับปรุงการพระพุทธศาสนา และทางคณะสงฆ์ในด้านต่าง ๆ เป็นอันมากโดยเริ่มงาน ตั้งแต่เสด็จไปตรวจการคณะสงฆ์ในหัวเมืองต่าง ๆ เกือบทั่วราชอาณาจักร โดยกระทำอย่างต่อเนื่องทุกปีเกือบ ตลอดพระชนม์ชีพ ทำให้ทรงทราบความเป็นไปของคณะสงฆ์ และของประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ เป็นอย่างดี และนำข้อมูลและปัญหาต่าง ๆ มาปรับปรุง แก้ไขในทุก ๆ ด้าน พอประมวลได้ดังนี้

ด้านการพระศาสนา พระองค์ได้พัฒนาภิกษุสามเณร ให้มีความรู้ความสามารถในพระธรรมวินัย เพื่อจะได้แนะนำสั่งสอนประชาชนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ทรงผลิตตำราและหนังสือทางพระพุทธศาสนา ที่คนทั่วไปสามารถอ่านทำความเข้าใจได้ง่าย
ด้านการคณะสงฆ์ ทรงออกพระมหาสมณาณัติ ประทานพระวินิจฉัยและทรงวางระเบียบ แบบแผน เกี่ยวกับความประพฤติปฏิบัติของพระภิกษุสามเณรในด้านต่าง ๆ ให้ถูกต้องเป็นมาตรฐาน เช่น ระเบียบเกี่ยวกับพระอุปัชฌาย์ การบรรพชาอุปสมบท การปกครองภิกษุสามเณรและศิษย์วัด การวินิจฉัยอธิกรณ์ ระเบียบเกี่ยวกับ สมณศักดิ์ พัดยศ นิตยภัต ดวงตราประจำตำแหน่ง เป็นต้น
ด้านการศึกษา ทรงปรับปรุงการศึกษาของคณะสงฆ์ให้ทันสมัย ทรงจัดการศึกษาพระปริยัติ ธรรมเพิ่มขึ้นจากแบบเดิมที่ศึกษาภาษาบาลี โดยให้ศึกษาพระธรรมวินัยในภาษาไทยเรียกว่า หลักสูตร นักธรรม
งานพระนิพนธ์ พระองค์ทรงรอบรู้ภาษาต่าง ๆ หลายภาษา คือ ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส ได้ทรงนิพนธ์เรื่องต่าง ๆ ไว้เป็นอันมาก เช่น หนังสือหลักสูตรนักธรรมชั้นตรี โท เอก หลักสูตรบาลี ไวยากรณ์ทั้งชุด รวมพระนิพนธ์ทั้งหมดมีมากกว่า 200 เรื่อง นอกจากนี้ยังทรงชำระ คัมภีร์บาลีไว้กว่า 20 คัมภีร์

ข้อมูลจาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

เหรียญสมเด็จพระสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ หลัง สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส เหรียญสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระดีมีคุณค่าน่าบูชาสะสมมากครับ


ดูรายการอื่นที่คล้ายกันในหมวด : เหรียญเก่าเหรียญดี(ที่แนะนำ)

รายการนี้ขณะนี้หมด ไม่มีแล้ว - SOLD OUT
RSS info. - เหรียญสมเด็จพระสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
รายการแนะนำ
เหรียญอาร์มในหลวง ร.9 ปี 2542 กระทรวงมหาดไทยจัดสร้าง
เหรียญอาร์มในหลวง ร.9 ปี 2542 กระทรวงมหาดไทยจัดสร้าง
600.00 บ.
ผ้ายันต์พ่อพยนต์จตุรภูติ(หุ่นพยนต์) อาจารย์สมราชฐ์
ผ้ายันต์พ่อพยนต์จตุรภูติ(หุ่นพยนต์) อาจารย์สมราชฐ์
300.00 บ.
ผ้ายันต์ขุนแผนชมนางมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม โชคลาภ อาจารย์สมราชฐ์
ผ้ายันต์ขุนแผนชมนางมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม โชคลาภ อาจารย์สมราชฐ์
300.00 บ.
พระปิดตามหาลาภ ปี 2526 สมเด็จพระญานสังวรสมเด็จพระสังฆราชอธิษฐานจิตปลุกเสก
พระปิดตามหาลาภ ปี 2526 สมเด็จพระญานสังวรสมเด็จพระสังฆราชอธิษฐานจิตปลุกเสก
600.00 บ.
ผงเจ้าสัวยี่กอฮง - ปี่เซียะเจ้าทรัพย์ ตะกรุด 1 ดอก
ผงเจ้าสัวยี่กอฮง - ปี่เซียะเจ้าทรัพย์ ตะกรุด 1 ดอก
500.00 บ.
ผงเจ้าสัวยี่กอฮง - ปี่เซียะเจ้าทรัพย์ แบบกรรมการพิเศษ ตะกรุดทองคำ 2 ดอก
ผงเจ้าสัวยี่กอฮง - ปี่เซียะเจ้าทรัพย์ แบบกรรมการพิเศษ ตะกรุดทองคำ 2 ดอก
3,000.00 บ.
สร้อยประคำ 108 สีขาว หินพระธาตุเขาสามร้อยยอด
สร้อยประคำ 108 สีขาว หินพระธาตุเขาสามร้อยยอด
1,400.00 บ.
ตะกรุดยันต์หนีบมหาพิศวาส รุ่น 3 อาจารย์สมราชฐ์
ตะกรุดยันต์หนีบมหาพิศวาส รุ่น 3 อาจารย์สมราชฐ์
500.00 บ.
เบี้ยแก้นวหรคุณ
เบี้ยแก้นวหรคุณ
400.00 บ.
ตะกรุด 3 กษัตริย์ เสริมดวง โภคทรัพย์ พิธีปลุกเสกวัดเก่าหนองสะลิง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
ตะกรุด 3 กษัตริย์ เสริมดวง โภคทรัพย์ พิธีปลุกเสกวัดเก่าหนองสะลิง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน
700.00 บ.
ขุนแผนเสาร์ 5 พญาวัน อาจารย์สมราชฐ์ จ.เชียงใหม่
ขุนแผนเสาร์ 5 พญาวัน อาจารย์สมราชฐ์ จ.เชียงใหม่
300.00 บ.
พระปิดตามหาเสน่ห์ เนื้อมวลสารล้วน ฝังตะกรุด 3 ดอก พิธีพุทธาภิเษกวัดแม่สาบเหนือ จ.เชียงใหม่
พระปิดตามหาเสน่ห์ เนื้อมวลสารล้วน ฝังตะกรุด 3 ดอก พิธีพุทธาภิเษกวัดแม่สาบเหนือ จ.เชียงใหม่
1,000.00 บ.
ตะกรุดเทวดาหลงห้อง(เทพรัญจวน) สุดยอดแห่งวิชามหาเสน่ห์ มหาหลงชั้นสูง อาจารย์สมราชฐ์ จ.เชียงใหม่
ตะกรุดเทวดาหลงห้อง(เทพรัญจวน) สุดยอดแห่งวิชามหาเสน่ห์ มหาหลงชั้นสูง อาจารย์สมราชฐ์ จ.เชียงใหม่
400.00 บ.
ตะกรุดนางเหลียว สุดยอดแห่งมหาเสน่ห์แรงๆ อาจารย์สมราชฐ์ จ.เชียงใหม่
ตะกรุดนางเหลียว สุดยอดแห่งมหาเสน่ห์แรงๆ อาจารย์สมราชฐ์ จ.เชียงใหม่
400.00 บ.
อิ่นคู่มหาพิศวาส (พญาอิ่นแก้ว) อาจารย์สมราชฐ์ จ.เชียงใหม่
อิ่นคู่มหาพิศวาส (พญาอิ่นแก้ว) อาจารย์สมราชฐ์ จ.เชียงใหม่
800.00 บ.
เหรียญในหลวงนั่งบัลลังก์ กาญจนาภิเษก ครองราชย์ 50 ปี 2539
เหรียญในหลวงนั่งบัลลังก์ กาญจนาภิเษก ครองราชย์ 50 ปี 2539
600.00 บ.
พระขุนแผนมหาจินดามณี รุ่นมหาจินดามณี พ.ศ. 2550 สีน้ำตาล ตะกรุด 1 ดอก วัดแม่สาบเหนือ จ.เชียงใหม่
พระขุนแผนมหาจินดามณี รุ่นมหาจินดามณี พ.ศ. 2550 สีน้ำตาล ตะกรุด 1 ดอก วัดแม่สาบเหนือ จ.เชียงใหม่
500.00 บ.
พระขุนแผนมหาจินดามณี รุ่นมหาจินดามณี พ.ศ. 2550 สีขาว ตะกรุด 1 ดอก วัดแม่สาบเหนือ จ.เชียงใหม่
พระขุนแผนมหาจินดามณี รุ่นมหาจินดามณี พ.ศ. 2550 สีขาว ตะกรุด 1 ดอก วัดแม่สาบเหนือ จ.เชียงใหม่
500.00 บ.
พระขุนแผนมหาจินดามณี เนื้อมวลสารล้วนผสมผงมหาภูติพรายทองคำ ปี 2550 วัดแม่สาบเหนือ จ.เชียงใหม่
พระขุนแผนมหาจินดามณี เนื้อมวลสารล้วนผสมผงมหาภูติพรายทองคำ ปี 2550 วัดแม่สาบเหนือ จ.เชียงใหม่
1,200.00 บ.

 

รายการประเภทเดียวกันในหมวด - เหรียญเก่าเหรียญดี(ที่แนะนำ) (Similar Item)

เหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรังสี) ปี 2516 วัดระฆังโฆสิตาราม กทม(องค์ที่ 2)
เหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรังสี) ปี 2516 วัดระฆังโฆสิตาราม กทม(องค์ที่ 2)
0.00 บ.
เหรียญพระแก้วมรกต ปี 2525 เครื่องทรงฤดูหนาว  วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กทม.
เหรียญพระแก้วมรกต ปี 2525 เครื่องทรงฤดูหนาว วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กทม.
600.00 บ.
เหรียญรูปเหมือนอายุครบ 87 ปี 2519 หลวงพ่อสีหมอก วัดเขาวังตะโก จ.ชลบุรี
เหรียญรูปเหมือนอายุครบ 87 ปี 2519 หลวงพ่อสีหมอก วัดเขาวังตะโก จ.ชลบุรี
0.00 บ.
เหรียญครูบาศรีวิชัย ปี 2515 กะไหล่ทอง วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่
เหรียญครูบาศรีวิชัย ปี 2515 กะไหล่ทอง วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่
0.00 บ.
เหรียญพระเจ้าตากสิน เนื้อทองแดงรมดำ ปี 2514 วัดเวฬุราชิณ ธนบุรี
เหรียญพระเจ้าตากสิน เนื้อทองแดงรมดำ ปี 2514 วัดเวฬุราชิณ ธนบุรี
0.00 บ.
เหรียญที่ระลึกกองทุนการศึกษาสงฆ์ พระครูสุจิตธรรมประหัฏฐ์หลัง ร.5
เหรียญที่ระลึกกองทุนการศึกษาสงฆ์ พระครูสุจิตธรรมประหัฏฐ์หลัง ร.5
700.00 บ.
เหรียญเสมาหลวงปู่แว่น ธนปาโล วัดถ้ำพระสบาย จ.ลำปาง
เหรียญเสมาหลวงปู่แว่น ธนปาโล วัดถ้ำพระสบาย จ.ลำปาง
0.00 บ.
เหรียญเสมาหลวงปู่ทวด ปี 2526 วัดช้างให้ จ.ปัตตานี
เหรียญเสมาหลวงปู่ทวด ปี 2526 วัดช้างให้ จ.ปัตตานี
0.00 บ.

ผงเจ้าสัวยี่กอฮง-ปี่เซี้ยเจ้าทรัพย์

 We reccommend thai amulet website at :http://siammongkolthaiamulet.blogspot.com

รายการอัปเด็ทล่าสุด(Last Update)

พญาครุฑ เนื้อผงสีดำโรยเกสรดอกไม้ หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์พญาครุฑ เนื้อผงสีดำโรยเกสรดอกไม้ หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ 
ประเภท : หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด, update - 2016-12-01 22:45:59
สถานะ : [หมดแล้ว]
ตะกรุด 3 กษัตริย์ เสริมดวง โภคทรัพย์ พิธีปลุกเสกวัดเก่าหนองสะลิง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูนตะกรุด 3 กษัตริย์ เสริมดวง โภคทรัพย์ พิธีปลุกเสกวัดเก่าหนองสะลิง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน 
ประเภท : ตะกรุดดีๆที่แนะนำ, update - 2016-11-27 18:40:51
สถานะ : [พร้อมเช่า] , ราคา 700.00
เบี้ยแก้นวหรคุณเบี้ยแก้นวหรคุณ 
ประเภท : เครื่องรางของขลัง, update - 2016-11-27 17:06:44
สถานะ : [พร้อมเช่า] , ราคา 400.00
ตะกรุดสารพัดกันตะกรุดสารพัดกัน 
ประเภท : ตะกรุดดีๆที่แนะนำ, update - 2016-11-27 17:03:54
สถานะ : [พร้อมเช่า] , ราคา 400.00
รูปโปสการ์ดพระสิวลี วัดเก่าหนองสลิง ต.ศรีเตี้ย อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูนรูปโปสการ์ดพระสิวลี วัดเก่าหนองสลิง ต.ศรีเตี้ย อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน 
ประเภท : ล็อคเก็ต รูปถ่าย ผ้ายันต์, update - 2016-11-27 17:00:34
สถานะ : [หมดแล้ว]
เหรียญหลวงพ่อปาน หลังท้าวเวสสุวรรณ วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาครเหรียญหลวงพ่อปาน หลังท้าวเวสสุวรรณ วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร 
ประเภท : พระเหรียญ, update - 2016-11-25 22:24:48
สถานะ : [พร้อมเช่า] , ราคา 300.00
เหรียญสมเด็จองค์ปฐมปางพระพุุทธชินราช หลังยันต์ทำน้ำมนต์ วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาครเหรียญสมเด็จองค์ปฐมปางพระพุุทธชินราช หลังยันต์ทำน้ำมนต์ วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร 
ประเภท : พระเหรียญ, update - 2016-11-25 22:23:01
สถานะ : [พร้อมเช่า] , ราคา 400.00
เหรียญสมเด็จองค์ปฐม หลังยันต์มหาสะท้อน วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาครเหรียญสมเด็จองค์ปฐม หลังยันต์มหาสะท้อน วัดศาลพันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร 
ประเภท : พระเหรียญ, update - 2016-11-25 22:20:45
สถานะ : [พร้อมเช่า] , ราคา 400.00
เหรียญอาร์มในหลวง ร.9 ปี 2542 กระทรวงมหาดไทยจัดสร้างเหรียญอาร์มในหลวง ร.9 ปี 2542 กระทรวงมหาดไทยจัดสร้าง 
ประเภท : พระรัชกาล เหรียญที่ระลึก, update - 2016-11-25 07:04:18
สถานะ : [พร้อมเช่า] , ราคา 600.00
ขุนแผนพรายพยนต์ หลวงพ่อช้าง กันตสีโล วัดหนองยายเม้า จ.นครราชสีมาขุนแผนพรายพยนต์ หลวงพ่อช้าง กันตสีโล วัดหนองยายเม้า จ.นครราชสีมา 
ประเภท : พระขุนแผน, update - 2016-11-20 07:56:07
สถานะ : [หมดแล้ว]

Tag Cloud

เครื่องรางมหาเสน่ห์ ข่าวสารวงการพระเครื่อง พระเหรียญ หลวงพ่อเกษม ลำปาง พระเครื่อง วัตถุมงคลมาใหม่ พระเนื้อดิน/ผง/ว่าน หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม เปิดจองพระใหม่ สั่งจองวัตถุมงคล พระกรุ พระรัชกาล เหรียญที่ระลึก พระสมเด็จ หลวงปู่ครูบาแก้ว วัดร่องดู่ พระกริ่ง-รูปหล่อ-รูปเหมือน หลวงปู่ศวัส วัดเกษตรสุข พระขุนแผน ล็อคเก็ต รูปถ่าย ผ้ายันต์ พระสายกรรมฐาน หลวงปู่ชื่น วัดตาอี จ.บุรีรัมย์ พระบูชา หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี ดูดวงรายวัน วัตถุมงคลเสริมดวงชะตา ตะกรุดดีๆที่แนะนำ เหรียญเก่าเหรียญดี(ที่แนะนำ) หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค วัตถุมงคลแจกฟรี กุมารทอง เครื่องประดับ ของสะสม เครื่องรางของขลังยอดนิยม พระเก่าพระดี(ที่แนะนำ) ท้าวจตุคามรามเทพ หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม เครื่องรางเสริมดวงค้าขาย ร่ำรวย หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม องค์เทพ พรหม เทวบูชา วัตถุมงคลยอดนิยม พระชุดพิเศษ บทความ - ตำนานน่ารู้ ครูบาเดช กิตติญาโณ จ.ลำปาง ฤาษี พ่อแก่ ปู่แก่ เครื่องรางของขลัง หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พระปิดตา ประวัติพระเกจิอาจารย์  


w3c-css validation of : http://www.siammongkol.com/productinfo.php?code=01844  W3C-html Validtion for : http://www.siammongkol.com/productinfo.php?code=01844  [Valid RSS]
Copyright © 2006 -2013 Siammongkol.com All rights reserved Powered by ANC development team | Stat | Privacy Policy | w3c xml validation Sitemap XML
visitor online 14  Online   www.siammongkol.com : website uptime