ค้นหาในบอร์ด :

เว็บบอร์ดพระเครื่องสยามมงคล

หาพระเครื่อง วัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง ได้ที่ เว็บไซต์ : www.siammongkol.com

หมวดหมู่/ประเภทพระเครื่อง วัตถุมงคล และเครื่องรางของขลังของเราทั้งหมด

  หมวด/ประเภท-พระกรุ  หมวด/ประเภท-พระสมเด็จ  หมวด/ประเภท-พระเนื้อดิน/ผง/ว่าน
  หมวด/ประเภท-พระขุนแผน  หมวด/ประเภท-พระปิดตา  หมวด/ประเภท-พระเหรียญ
  หมวด/ประเภท-พระกริ่ง-รูปหล่อ-รูปเหมือน  หมวด/ประเภท-พระบูชา  หมวด/ประเภท-เครื่องรางของขลัง
  หมวด/ประเภท-หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม  หมวด/ประเภท-หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด
  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อเกษม เขมโก
  หมวด/ประเภท-พระชุดพิเศษ  หมวด/ประเภท-ท้าวจตุคามรามเทพ  หมวด/ประเภท-พระเก่าพระดี(ที่แนะนำ)
  หมวด/ประเภท-เหรียญเก่าเหรียญดี(ที่แนะนำ)  หมวด/ประเภท-เครื่องประดับ ของสะสม  หมวด/ประเภท-หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี
  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม  หมวด/ประเภท-หลวงปู่ครูบาแก้ว กมฺมสุทโธ  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค
  หมวด/ประเภท-หลวงปู่ชื่น วัดตาอี จ.บุรีรัมย์  หมวด/ประเภท-หลวงปู่ศวัส ศิริมงฺคโล  หมวด/ประเภท-เครื่องรางมหาเสน่ห์
  หมวด/ประเภท-ตะกรุดดีๆที่แนะนำ  หมวด/ประเภท-ล็อคเก็ต รูปถ่าย ผ้ายันต์  หมวด/ประเภท-กุมารทอง
  หมวด/ประเภท-โบชัวร์ แคทตาล็อกวัตถุมงคล  หมวด/ประเภท-พระสายกรรมฐาน  หมวด/ประเภท-พระรัชกาล เหรียญที่ระลึก
  หมวด/ประเภท-วัตถุมงคลเสริมดวงชะตา  หมวด/ประเภท-ฤาษี พ่อแก่ ปู่แก่  หมวด/ประเภท-เครื่องรางเสริมดวงค้าขาย ร่ำรวย
  หมวด/ประเภท-องค์เทพ พรหม เทวบูชา  หมวด/ประเภท-ครูบาเดช กิตติญาโณ จ.ลำปาง  หมวด/ประเภท-แร่เหล็กไหล - ธาตุกายสิทธิ์
  หมวด/ประเภท-วัตถุมงคลที่แนะนำให้บูชา  หมวด/ประเภท-เครื่องรางจีน  หมวด/ประเภท-อาจารย์สมราชฐ์
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อานิสงค์ของการรักษาศีล ๕ ปฐมบทแห่งธรรมและความดี  (อ่าน 3147 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
พระเครื่องออนไลน์สยามมงคล
Administrator
Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,142


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์ 2012, 12:08:30 PM »

ศีล (บาลี: สีล) ในความหมายปกติคือข้อปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานในทางพระพุทธศาสนา เพื่อควบคุมความประพฤติทางกายและวาจาให้ตั้งอยู่ในความดีงามมีความปกติสุข เพื่อให้เป็นกติกาข้อห้ามที่ใช้แก้ปัญหาขั้นพื้นฐาน 5 ปัญหาหลัก ซึ่งทำให้เกิดความสงบสุข และ ไม่มีการเบียดเบียนซึ่งกันและกันในสังคม

การรักษาศีลเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก และเป็นคุณธรรมสำคัญที่เป็นปัจจัยให้ได้เกิดเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ ในเมื่อศีลเป็นข้อปฎิบัติของมนุษย์เพื่อให้เกิดความปรกติสุข ดังนั้นเมื่อเกิดการละเมิดศีลหรือหากไม่มีศีลแล้ว ความผิดปรกติ หรือความไม่ปรกติก็ย่อมเกิดขึ้น เมื่อความไม่ปรกติเกิดขึ้นก็ย่อมเกิดความเดือดร้อน เมื่อความเดือดร้อนเกิดขึ้นจิตใจก็เป็นอกุศล เกิดความทุกข์มืดมัว เมื่อจิตใจเป็นทุกข์เป็นอกุศลก็ถือว่าเป็นบาป เมื่อสะสมบาปเข้าไปมากๆหากตายตกจากความเป็นมนุษย์ที่ไปของผู้ที่มีบาปก็คือนรก จึงสรุปความได้ว่าหากละเมิดศีลไม่รักษาศีลแล้วตกนรกแน่นอน ตรงกันข้ามกันหากมีการรักษาศีลแล้วก็เกิดความปรกติสุข เมื่อเกิดความปรกติสุขขึ้นจิตใจก็ดีงามเป็นกุศล ถือเป็นบุญหากทำได้เป็นปรกติแล้วตายจากความเป็นมนุษย์ที่ไปของผู้ที่มีบุญก็คือสุขคติภูมิมีโลกสวรรค์เป็นต้น

ผู้ที่ยังไม่เข้าถึงกระแสของธรรมหรือยังไม่ได้เริ่มปฎิบัติธรรม ยังมีความเข้าใจผิดอยู่มากคือยังมีความรู้สึกว่าตัวเอง และศีลนั้นแยกกัน เมื่ออยากจะรักษาศีลเมื่อใดเมื่อนั้นศีลจึงจะมีกับตัวเรา ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดและประมาทมาก เพราะว่าถ้าหากคิดแบบนั้น เท้าทั้งสองของผู้นั้นก็ยังเหยียบประตูของนรกไว้ตลอดเวลา จริงๆแล้วศีลเป็นคุณธรรมที่คู่กับมนุษย์เราเป็นสิ่งที่คู่กับจิตใจของคนเสมอจึงจะได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์

ศีลเป็นคุณธรรมพื้นฐานแรกที่จะทำให้เกิดปัญญา ปัญญาในที่นี้หมายถึงปัญญาในการรู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรมคำสั่งสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่ปัญญาในการศึกษาเล่าเรียนหรือปัญญาที่เป็นความฉลาดในความหมายของโลกมนุษย์ ดั่งคำสอนที่ว่า ศีล สมาธิ ปัญญา เมื่อเริ่มต้นที่ปฎิบัติธรรมสิ่งที่เป็นฐานเป็นพื้นอันดับแรกก็คือการรักษาศีล เพื่อขัดเกลาให้จิตมีความสะอาดผ่องใส ในเบื้องต้น เมื่อศีลบริสุทธิ์แล้วก็ไปเจริญสมาธิจึงจะเกิดผล หากไม่ขัดเกลาจิตใจให้สะอาดก่อนคือไม่รักษาศีลแล้วไปปฎิบัติสมาธิจิตใจจะหยาบไม่สามารถรวมจิตรวมใจได้  เมื่อรักษาศีลขัดเกลาจิตใจให้มีความสะอาดแล้ว ไปเจริญสมาธิภาวนาก็จะสามารถรวมจิตใจได้จนมีความตั้งมั่นพอที่ จะพิจารณาปัญญาหรือที่เรียกว่าวิปัสสนาอันเป็นเครื่องรู้แจ้งเห็นจริงในหลักธรรมคำสั่งสอนที่พระพุทธองค์ได้บัญญัติไว้เพื่อขัดเกลาจิตใจถ่ายถอนกิเลสให้หมดไป  จึงจะเห็นได้ว่าศีลจึงเป็นต้นเป็นพิ้นฐานธรรมของทุกอย่างมีความสำคัญมาก

การรักษาศีลมีอานิสงส์โดยหลักใหญ่ ๆ ซึ่งปรากฏในคำกล่าวสรุปหลังจากที่พระท่านให้ศีลว่ามี ๓ ประการ คือ
๑.ศีลเป็นเหตุให้ไปสู่สุคติ (สีเลนะ สุคติง ยันติ)
  หมายความว่าเมื่อผู้ใดรักษาศีลได้เป็นปรกติ ก็เป็นปัจจัยให้ได้ไปเกิดในที่ๆเป็นสุข อันมีเทวโลกสวรรค์เป็นต้น หากได้เกิดเป็นมนุษย์อีกก็จะเกิดในที่ๆดีมีความสุข
๒.ศีลเป็นเหตุให้ได้โภคทรัพย์ (สีเลนะ โภคะสัมปะทา)
  หมายความว่าศีลเป็นปัจจัยให้มีทรัพย์สมบัติเงินทอง ผู้ที่รักษาศีลให้มีความเป็นปรกติจะมีทรัพย์สินเงินทอง แม้ไม่รวยก็จะไม่ยากจนข้นแค้นมีความเป็นอยู่สบายเป็นปรกติสุข ในข้อนี้ผู้รักษาศีลจะมีการให้ทานด้วยเป็นปรกติ เพราะตัวทานเป็นปัจจัยสำคัญให้มีทรัพย์สินเงินทองมาก
๓.ศีลเป็นเหตุให้ถึงพระนิพพาน (สีเลนะ นิพพุติง ยันติ)
  หมายความว่าศีลเป็นปัจจัยให้เข้าถึงซึ่งพระนิพพาน ศีลจะเป็นปัจจัยให้เข้าถึงพระนิพพานได้อย่างไรก็ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเรื่อง ศีล สมาธิ ปัญญา เมื่อศีลบริสุทธิ์จิตใจก็สะอาด ไปเจริญสมาธิจิตก็ตั้งมั่น เมื่อจิตตั้งมั่นแล้วไปเจริญวิปัสสนา ก็เกิดปัญญารู้แจ้งเห็นจริงตามคำสั่งสอนของพระบรมศาสดา สามารถถ่ายถอนกิเลสได้ตามลำดับ และในที่สุดก็จะเข้าสู่พระนิพพานอันเป็นบรมสุขเที่ยงแท้ได้แน่นอน


ศีล ๕ (ข้อปฎิบัติของผู้ที่ฆราวาส) มีดังต่อไปนี้

ข้อที่ 1. ปาณาติปาตา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
งดเว้นทางการฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต เบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบ คนและสัตว์ทั้งหลาย

ข้อที่ 2.อะทินนาทานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
งดเว้นการลักทรัพย์ การเอาทรัพย์ของผู้อื่นมาเป็นของตัวเองโดยมิชอบ การแสวงหาทรัพย์ในทางที่มิชอบ

ข้อที่ 3.กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม การผิดผัวผิดเมีย แย่งชิงคนรักของคนอื่น

ข้อที่ 4.มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ,
งดเว้นทางการพูดปด มดเท็จ พูดเพ้อเจ้อเหลวไหลไร้สาระ ด่าทอผู้อื่นด้วยคำหยาบคายให้ได้เคืองใจ

ข้อที่ 5 .สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ
งดเว้นทางการดื่มน้ำเมา ของมึนเมา หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นการทำลายสติสัมปชัญญะ



การรักษาศีลมีหลายระดับ
-การรักษาศีล 5 ของผู้ที่เริ่มต้นในชั้นนี้จิตใจของผู้นั้นจะยังมีความคุ้นเคยกับบาปอยู่มาก ยังมีอารมย์ละเมิดศีลอยู่เป็นปรกติ จิตใจยังหยาบอยู่มากยังมีความชั่วเป็นตัวบงการคือยังคิดว่าการละเมิดศีลเป็นเรื่องปกติทำได้ไม่เป็นไร แต่เมื่อจะทำผิดศีลก็จะมีความเกรงกลัวผลของบาปที่เกิดขึ้นก็จักหักห้ามใจไว้ หรือหากพลั้งเพลอทำผิดไปก็จะรู้สึกสำนึกและเกรงกลังผลของบาปกรรม แบบนี้คือศีลของผู้ที่เริ่มต้นการรักษาศีลในระดับเริ่มต้น

ส่วนผู้ที่รักษาศีลแต่เฉพาะตอนที่ไปวัด เมื่อพระท่านให้อาราธนารับศีลพอออกจากวัดแล้วก็กลับมาทำผิดทำบาปเหมือนเดิมอันนี้ไม่มีผล ถือเป็นสีลัพพตปรามาส เป็นการปรามาสศีลเป็นบาปติดตัว มีบาปซ้อนเข้ามาอีกตัวหนึ่งคือบาปที่ไม่เคารพศีล

-การรักษาศีลในระดับกลาง ในชั้นนี้ผู้รักษาศีลจะมีความรู้สึกว่าศีลกับตัวเราเป็นสิ่งคู่กัน ตัวเรานี้จะขาดศีลไปไม่ได้ มีความพอใจในการรักษาศีลให้บริสุทธิ์เป็นปรกติ หากมีเหตุให้ผิดศีลก็จะรู้สึกว่าขัดแย้งมาก รู้สึกว่าเรายอมตายดีกว่าให้ศีลขาด

-การรักษาศีลในระดับสูง ในชั้นนี้เป็นศีลของผู้ที่ปฎิบัติธรรมได้ในขั้นสูง หรือศีลที่เป็นของพระอริยเจ้า ในชั้นนี้จิตใจของผู้ปฎิบัติจะเป็นศีลเองโดยอัตโนมัติหรือที่เรียกว่าศีลใจ ความละเมิดนั้นไม่มี เจตตาที่จะละเมิดก็ไม่มี เพราะตัวจิตได้ถึงความบริสุทธิ์ในระดับที่เพียงพอแล้ว


นอกจากการรักษาศีลจะมีอานิสงค์มากดังที่กล่าวมาแล้ว หากรักษาศีล 5 ได้เป็นปรกติ ผลที่จะได้อัตโนมัติมีดังต่อไปนี้

ข้อที่ 1 งดเว้นทางการฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต เบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบ คนและสัตว์ทั้งหลาย
จะมีอานิสงค์ทำให้เป็นผู้ที่ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อายุยืน ไปที่ใดก็มีแต่คนรักใคร่เมตตาไม่มีจิตคิดพยาบาททำร้าย

ข้อที่ 2 งดเว้นการลักทรัพย์ การเอาทรัพย์ของผู้อื่นมาเป็นของตัวเองโดยมิชอบ การแสวงหาทรัพย์ในทางที่มิชอบ
จะมีอานิสงค์ทำให้มีทรัพย์สินมาก เงินทองคล่องตัวไม่ขัดสน ไม่เดือนร้อนเรื่องเงินทอง ถึงไม่ร่ำรวยก็จะไม่ยากจนข้นแค้น ทรัพย์ที่หามาได้จะรักษาได้โดยง่าย

ข้อที่ 3.งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม การผิดผัวผิดเมีย แย่งชิงคนรักของคนอื่น
จะมีอานิสงค์ทำให้มีคู่ครองที่ดีซื่อสัตว์รักเดียวใจเดียว ไม่ถูกแย่งคนรักคู่ครอง ใครที่มีปัญหาเรื่องความรักคู่ครองมากก็แสดงว่าทำผิดข้อนี้มา

ข้อที่ 4.งดเว้นทางการพูดปด มดเท็จ พูดเพ้อเจ้อเหลวไหลไร้สาระ ด่าทอผู้อื่นด้วยคำหยาบคายให้ได้เคืองใจ
จะมีอานิสงค์ทำให้คนมีความน่าเชื่อถือ มีคนรักใคร่เมตตาอยากเจรจาพาทีด้วยความจริงใจ มีแต่คนมีความจริงใจให้

ข้อที่ 5.งดเว้นทางการดื่มน้ำเมา ของมึนเมา หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นการทำลายสติสัมปชัญญะ
จะมีอานิสงค์ทำให้มีสติปัญญาดี เรียนรู้จดจำสิ่งต่างๆได้ง่าย มีความฉลาดเฉลียว จะเล่าเรียนศึกษาทางโลกก็เป็นไปโดยง่าย จะปฎิบัติธรรมก็มีความรู้แตกฉาน ไม่เป็นคนบ้าคนโง่

หลายคนอาจจะสงสัยว่าตัวเองเป็นคนพยายามรักษาศีลให้ได้เป็นปรกติแล้ว ทำไมยังถูกคนเอารัดเอาเปรียบอยู่ หรือรักษาศีลข้อ 3 แล้วทำไมยังโดนแย่งคนรักคู่ครองไป หรือไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตแล้วทำไมยังมีโรคภัยมาก อันนี้จงอย่าลืมว่าคนเรานั้นไม่ได้เกิดมาชาติเดียว เราผ่านภพชาติต่างๆมานับไม่ถ้วน อุศลกรรม หรืออกุศลกรรม ที่ทำไว้ในอดีตสั่งสมมามาก เมื่ออกุศลกรรมที่เคยทำไว้ให้ผล มันก็เกิดผลได้ แต่ทั้งนี้หากว่ารักษาศีลแล้ว ยังได้รับผลในทางลบอยู่ก็แสดงว่าอกุศลกรรม กรรมเก่า หรือบาปเก่าที่เราทำมาในอดีตชาตินั้นกำลังให้ผลอยู่ การตั้งใจรักษาศีลให้มั่นคงในขณะที่อกุศลกรรมให้ผล ถือเป็นการผ่อนบรรเทากรรมได้อย่างดี เพราะถือว่าเราไม่ทำกรรมเลวเพิ่ม เราทำกรรมดีในปัจจุบันคือรักษาศีลแล้วใช้กรรมเก่าให้หมดไป เหมือนกับให้น้ำเสียที่ค้างอยู่ให้ไหลออกไป ฝั่งเข้าเราก็เอาแต่น้ำดีเข้ามาเมื่อน้ำเสียหมดไป เราเหลือแต่น้ำดีเราก็หมดกรรมชั่ว เหลือแต่กรรมดีเราก็มีความสุข

กล่าวโดยสรุปศีลนั้นมีความสำคัญมาก มีคุณประโยชน์สูงเป็นพื้นฐานรากฐานของธรรม และความดีทั้งปวง หากปรารถนาให้ตัวเองไปในที่ๆดีมีความสุขแล้ว ควรที่จะรักษาศีลให้ได้เป็นปรกติ ขอนุโมทนา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 พฤษภาคม 2013, 12:31:13 PM โดย admin » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

visitor online 45 Online    
Siam Mongkol Forums(SMF) © 2014
Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder | Thai language by ThaiSMF
| Sitemap
ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ได้ที่ : siammongkol@yahoo.com
w3c-css validation of : http://www.siammongkol.com/smf/  W3C-html Validtion for : http://www.siammongkol.com/smf/  [Valid RSS]