ค้นหาในบอร์ด :

เว็บบอร์ดพระเครื่องสยามมงคล

หาพระเครื่อง วัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง ได้ที่ เว็บไซต์ : www.siammongkol.com

หมวดหมู่/ประเภทพระเครื่อง วัตถุมงคล และเครื่องรางของขลังของเราทั้งหมด

  หมวด/ประเภท-พระกรุ  หมวด/ประเภท-พระสมเด็จ  หมวด/ประเภท-พระเนื้อดิน/ผง/ว่าน
  หมวด/ประเภท-พระขุนแผน  หมวด/ประเภท-พระปิดตา  หมวด/ประเภท-พระเหรียญ
  หมวด/ประเภท-พระกริ่ง-รูปหล่อ-รูปเหมือน  หมวด/ประเภท-พระบูชา  หมวด/ประเภท-เครื่องรางของขลัง
  หมวด/ประเภท-หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม  หมวด/ประเภท-หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด
  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อเกษม เขมโก
  หมวด/ประเภท-พระชุดพิเศษ  หมวด/ประเภท-ท้าวจตุคามรามเทพ  หมวด/ประเภท-พระเก่าพระดี(ที่แนะนำ)
  หมวด/ประเภท-เหรียญเก่าเหรียญดี(ที่แนะนำ)  หมวด/ประเภท-เครื่องประดับ ของสะสม  หมวด/ประเภท-หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี
  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม  หมวด/ประเภท-หลวงปู่ครูบาแก้ว กมฺมสุทโธ  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค
  หมวด/ประเภท-หลวงปู่ชื่น วัดตาอี จ.บุรีรัมย์  หมวด/ประเภท-หลวงปู่ศวัส ศิริมงฺคโล  หมวด/ประเภท-เครื่องรางมหาเสน่ห์
  หมวด/ประเภท-ตะกรุดดีๆที่แนะนำ  หมวด/ประเภท-ล็อคเก็ต รูปถ่าย ผ้ายันต์  หมวด/ประเภท-กุมารทอง
  หมวด/ประเภท-โบชัวร์ แคทตาล็อกวัตถุมงคล  หมวด/ประเภท-พระสายกรรมฐาน  หมวด/ประเภท-พระรัชกาล เหรียญที่ระลึก
  หมวด/ประเภท-วัตถุมงคลเสริมดวงชะตา  หมวด/ประเภท-ฤาษี พ่อแก่ ปู่แก่  หมวด/ประเภท-เครื่องรางเสริมดวงค้าขาย ร่ำรวย
  หมวด/ประเภท-องค์เทพ พรหม เทวบูชา  หมวด/ประเภท-ครูบาเดช กิตติญาโณ จ.ลำปาง  หมวด/ประเภท-แร่เหล็กไหล - ธาตุกายสิทธิ์
  หมวด/ประเภท-วัตถุมงคลที่แนะนำให้บูชา  หมวด/ประเภท-เครื่องรางจีน  หมวด/ประเภท-อาจารย์สมราชฐ์
  หมวด/ประเภท-วัตถุมงคลหินพระธาตุเขาสามร้อยยอด  หมวด/ประเภท-อาจารย์สรายุทธ สำนักติคณาโณ  หมวด/ประเภท-อาจารย์นุ สยามมงคล
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ธรรมโอวาสเรื่องศีล 5 พระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก จ.เชียงใหม่  (อ่าน 63 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
พระเครื่องออนไลน์สยามมงคล
Administrator
Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,230


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 28 กันยายน 2017, 09:48:37 AM »

อานิสงค์ในการรักษาศีล 5..

ศีลข้อที่ 1 ปาณาติปาตา เวรมณี ลักษณะของบุคคลที่ตั้งอยู่ในศีลข้อนี้นั้น พวกเราทุกคนจะพิจารณาเห็นได้ว่า เมื่อบุคคลนี้เขาจะทำอะไรด้วยกายของเขา กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันก็ดีหรือสัตว์ทั้งหลายก็ตาม เขาจะพยายามแสดงออกแห่งความเป็นผู้มีหิริ ความละอายต่อบาป โอตฺตปฺป สะดุ้งกลัวต่อบาปที่จะมาถึงตนเอง แล้วเป็นผู้มีเมตตากรุณา คือเป็นคนที่ไม่ฆ่าสัตว์ทั้งหลาย เบียดเบียน รังแก ผูกมัด คุมขัง และทุบตี แทงฟันเพื่อนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย เขาจะทำอะไรด้วยกายก็แสดงออกด้วยความสมัครรักใคร่ มีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ กรุณา สงสาร หวั่นใจกับเพื่อนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย เป็นบุคคลที่เห็นอกเห็นใจของบุคคลอื่นหรือสัตว์อื่น ว่าถ้าหากเราไปตีหรือแทงฟันเขา เขาก็เจ็บปวด ถ้าเขามาตีแทงฟันเรา เราก็เจ็บปวด ถ้าเราไปฆ่าเขา เขาก็กลัวตาย ถ้าเขามาฆ่าเรา เราก็กลัวความตายเหมือนกัน ถ้าพวกเราทุกคนมาน้อมนึกตรองพิจารณาน้อมเข้ามาในใจของตนเองว่า ทุกคนทุกตัวสัตว์ที่เกิดมาร่วมโลกอยู่ด้วยกันนี้ ก็ย่อมสงวนรักษาชีวิตหวงแหนชีวิตของตนเอง ทุกตัวคนและตัวสัตว์กลัวต่อความตายกันทั้งนั้น เมื่อบุคคลมาคิดพิจารณาน้อมเข้ามาในใจของตนได้อย่างนี้แล้ว ก็จะเป็นบุคคลที่มีเมตตาเว้นจากการฆ่าสัตว์ เบียดเบียนสัตว์และเพื่อนมนุษย์ทั้งหลายแล้ว บุคคลนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่ตั้งอยู่ในศีลข้อที่ 1 นี้ เมื่อเราทุกคนตั้งอยู่ในศีลข้อนี้ได้ จะไปอยู่ที่ไหน หมู่ชนชาติใด ประเทศใดก็ดี ก็ย่อมไม่ระแวงระวังกลัวภัยอะไรจะเกิดขึ้นแก่ตนเองและหมู่ฝูงนั้น ก็พากันอยู่มีแต่ความสุขความสบายเท่านั้น ถ้าจะพูดถึงอานิสงส์ของบุคคลใดรักษาศีลข้อนี้ได้มั่นคงดีไม่ขาด เมื่อบุคคลนั้นจะเกิดอีกชาติในภพไปแล้ว ก็ย่อมเป็นบุคคลที่มีอายุยืนไม่ล่วงลับดับไปง่ายๆ จนอยู่ถึงเฒ่าแก่ตามกาลสมัยถึงอายุขัยแล้วจึงตายไป นี่แหละเป็นอานิสงส์ เหตุฉะนั้นพวกเราท่านทั้งหลาย ถ้าหากเราทุกคนอยากมีอายุยืนไม่ตายง่ายนั้น ก็ให้พากันพยายามรักษาศีลข้อนี้เอาไว้ให้จงดี อย่าให้ขาด เมื่อเราเกิดในชาติใดภพใดก็จะได้รับอานิสงส์ดังได้กล่าวมานั้นแล..


ศีลข้อที่ 2 อทินฺนาทานา เวรมณี คือ เว้นจากการลักทรัพย์สิ่งของบุคคลอื่นเอามาเป็นของตนเอง ในศีลข้อนี้ที่บุคคลจะรักษาได้ ก็ต้องเป็นบุคคลที่คิดเห็นใจของบุคคลอื่นเหมือนกัน เช่น คิดว่าถ้าหากเราไปลักขโมยเอารถ เรือ เงินทองเพชรนิลจินดา ช้างม้า โคกระบือ หมูหมาเป็ดไก่ ในสิ่งต่างๆทั้งหลายที่เขาหวงแหนและหามาได้ยากลำบากนั้น คนอื่นเขาก็ย่อมมีความเสียใจ ถ้าเขามาลักขโมยเอาสิ่งของของเรา เราก็ย่อมจะเสียใจเหมือนกัน ถ้าพวกเราทุกคนมาพากันคิดเห็นใจบุคคลอื่นอย่างนี้แล้ว ทุกคนก็ย่อมไม่คิดเป็นโจรเป็นขโมยเกิดขึ้นอยู่ในดวงจิตดวงใจของตนเอง ก็ไม่พากันลักขโมยสิ่งของต่างๆซึ่งกันและกันแล้ว แม้ทุกคนจะมีวัตถุสิ่งของต่างๆทั้งหลาย เอาเก็บไว้ที่ไหนก็ย่อมไม่เสียหายไปไหน ก็จะยังอยู่เหมือนเดิม ทุกคนที่มีวัตถุสมบัติต่างๆก็ไม่มีความระมัดระวัง จะนั่งอยู่ไหนหรือนอนอยู่ที่ใด ไปมาพักแรมอยู่ในสถานที่ต่างๆก็จะพากันนั่งนอนสบาย อยู่เย็นเป็นสุขใจ หรือบุคคลที่รักษาศีลข้อนี้ได้ แม้จะเข้าไปหาหมู่ไดพักบ้านเรือนของใครก็ตาม เจ้าของบ้านเรือนนั้นก็ไม่ต้องกังวลระมัดระวังอะไร ว่าบุคคลที่ตั้งอยู่ในศีลนี้จะลักขโมยของตนเอง ก็ให้พักนั่งนอนอยู่ด้วยกันเป็นสุข ฉะนั้นพวกเราทุกคนถ้าต้องการมีความสุข ก็ให้พยายามรักษาศีลข้อนี้ให้จงได้ ถ้ากล่าวถึงอานิสงส์ของบุคคลที่รักษาศีลข้อนี้ได้ดีแล้วนั้น บุคคลนั้นจะมาเกิดอีกชาติใดภพใดก็ตาม เมื่อมีวัตถุสมบัติสิ่งของต่างๆที่ตนเองหามาได้แล้ว จะเอาไปเก็บรักษาไว้ที่ไหนในสถานที่ใด หรือในบ้านเรือนของตน ก็จะไม่มีโจรขโมยมาลักเอาไปให้เสียหาย สิ่งของนั้นก็จะยังอยู่คงเดิม เป็นอานิสงส์ของบุคคลที่รักษาศีลข้อนี้ได้ไม่ขาด พวกเราทุกคนก็จะเคยเห็นว่า บางบุคคลที่มาเกิดในชาติปัจจุบันนี้ เมื่อเขามีสิ่งของต่างๆก็ย่อมไม่มีคนมาขโมยลักเอาของเขาไปให้เสียหาย ก็เพราะอะไรสิ่งของบุคคลนั้นจริงไม่เสียหาย ก็เพราะเหตุแต่ชาติปางก่อนเขาเกิดเป็นมนุษย์ เขาไม่เคยลักขโมยของบุคคลใด เขารักษาศีลข้อนี้ได้ไม่ขาด เมื่อเขาได้มาเกิดในชาตินี้มีสิ่งของต่างๆแล้ว ขโมยก็ไม่ลักเอาของเขาไป ก็เป็นเพราะเขารักษาศีลข้อนี้ได้นั่นเอง เป็นอานิสงส์ส่งให้ จึงได้รับแต่ความสุขความเจริญเท่านั้นเองดังได้กล่าวมา..


ศีลข้อที่ 3 กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี คือเว้นจากการประพฤติผิดในกาม เช่น เว้นจากการล่วงเกินสามีหรือภรรยาของบุคคลอื่น ที่ตั้งใจสำรวมระวังรักษาตนเองให้ตั้งอยู่ในศีลข้อนี้ดีแล้ว ก็จะอยู่ด้วยกันสามัคคีมีความสุข อานิสงส์ในศีลข้อนี้นั้น เมื่อบุคคลและรักษาศีลข้อนี้ได้ดีไม่ขาดแล้ว ในปัจจุบันนั้นก็จะอยู่ด้วยความสามัคคีกัน ไม่แตกแยกจากกันไปเป็นอานิสงส์ ถ้าพูดถึงอานิสงส์ในภพชาติข้างหน้านั้น เมื่อบุคคลได้มาเกิดอีก เมื่อได้มีคู่ครองสามีภรรยาอยู่ร่วมกันแล้ว ก็จะไม่มีบุคคลผู้ใดมาล่วงเกินแย่งชิงทำชู้สู่สามีภรรยาของตนเอง ก็จะอยู่ด้วยกันมีความสุขตลอดไปเป็นอานิสงส์ ส่วนบุคคลที่ค้าขายนั้นถ้ารักษาศีลข้อนี้ได้การค้าขายก็จะเจริญ

ศีลข้อที่ 4 มุสาวาทา เวรมณี เว้นจากการพูดโกหกหลอกลวง คำไม่จริงไม่ซื่อสัตย์สุจริต เว้นจากอู้ขี้จุ๊ จ้อแล ขี้ตั้วเหล่านี้ ก็จะตั้งอยู่ในศีลข้อนี้ ศีลข้อนี้เป็นศีลข้อที่รักษายากกว่าทุกข้อ เพราะจะทำได้ทุกอริยาบทถ้ามีบุคคลอื่นอยู่ด้วยกับตนเอง จะยืนเดินนั่งนอนก็จะล่วงเกินได้ แต่อย่างไรก็ตามแม้ศีลข้อนี้จะรักษายาก ถ้าบุคคลมีความเพียรพยายามรักษาอยู่ เจตนางดเว้นจากการพูดคำโกหกหลอกลวง คำที่ไม่จริงนั้นอยู่ หันมาพยายามพูดแต่คำซื่อสัตย์สุจริตตรงไปตรงมาตามกาลเวลานั้นอยู่ เราก็จะเป็นบุคคลที่ตั้งอยู่ในศีลข้อนี้ได้ ถ้าหากบุคคลใดตั้งใจสำรวมระวังรักษาวาจาของตนเอง ให้ตั้งอยู่ในศีลข้อนี้ได้ไม่ขาดแล้ว อานิสงส์ในปัจจุบันนี้ บุคคลอื่นย่อมเชื่อฟังคำสั่งสอนของตนเองเป็นอานิสงส์ พูดถึงอานิสงส์ในภพชาติข้างหน้านั้น เมื่อบุคคลนั้นได้มาเกิดในชาติใดก็ย่อมไม่มีบุคคลอื่นมาพูดโกหกหลอกลวง และจะได้ยินได้ฟังแต่ความซื่อสัตย์สุจริต พูดเป็นคำจริงเป็นอานิสงส์เท่านั้น แม้บุคคลที่พูดแต่ความซื่อสัตย์สุจริตที่เป็นจริงนั้นจะล่วงลับดับไปแล้ว ความดีที่เขาพูดไว้นั้นก็ยังมีปรากฏอยู่ในโลกเป็นเครื่องหมาย ดังมีภาษิตกล่าวว่า สจฺจํเวอมฺตาวาจา คำศัพท์แลเป็นวาจาที่ไม่ตาย
..ปิสุณาย วาจาย เวรมณี เว้นจากการพูดส่อเสียดยุยงส่งเสริม ให้คนที่สามัคคีกันอยู่แตกร้าวสามัคคีจากกันไป หรือเมื่อเห็นบุคคลอื่นแตกสามัคคีกัน ไม่กินเส้นกัน เข้าหากันไม่ได้ไม่ลงรอยกัน มองหน้ากันไม่ได้อย่างนี้ เราก็ไปชักชวนให้บุคคลเหล่านั้นให้เข้าหาสามัคคีสนิทสนมกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แล้วตัวเองก็ตั้งอยู่ในศีลข้อนี้อีก ถ้าพูดถึงอานิสงส์แล้ว เมื่อเรามาเกิดในชาติใด ก็จะไม่มีบุคคลอื่นมายุยงให้เราแตกจากหมู่เพื่อนฝูง หรือญาติพี่น้องไปอยู่ห่างกัน ก็จะอยู่ด้วยกันสามัคคีเป็นกลุ่มมีความสุขเป็นอานิสงส์
..ผรุสาย วาจาย เวรมณี เว้นจากการพูดคำหยาบคายเคืองหูของบุคคลอื่น คือเว้นจากด่าชาติ ด่าตระกูล ด่าห่าด่าผี กินตับกินพุง ฮากเลือด ฮากยาง หน้าหมูหน้าหมาชั่วช้าหน้าต่ำนานาต่างๆ ที่โลกสมมุติมาด่ากันอยู่ในโลก ทุกคนก็ไม่ชอบไม่ต้องการ ไม่อยากได้ยินได้ฟังเลยคำด่านี้ ถ้าหากเราทุกคนไม่ต้องการไม่ชอบแล้ว ตนเองก็อย่าไปด่าคนอื่นเขา ถ้าไปด่าคนอื่นเขาก็โกรธ ถ้าเขามาด่าเราเราก็โกรธ ทุกคนก็ไม่ชอบ ไม่ต้องการคำด่ากัน ก็หันมาพากันพูดจาปราศรัยกันด้วยคำอ่อนหวาน พูดไพเราะเสนาะหู คำที่ไม่ระคายเคืองหู พูดด้วยความเมตตาซึ่งกันและกันที่จะนำให้ฟังแล้วไม่เบื่อ ก็อยากจะฟังอีกอยู่เสมอ ถ้าหากทุกคนพูดได้อย่างนี้แล้ว เราก็ตั้งอยู่ในข้อนี้ได้อีก พูดถึงอานิสงส์แล้ว เมื่อบุคคลนั้นมาเกิดในชาติใดภพใดก็ดี ก็จะไม่ได้ยินคำหยาบคาย คำด่านานาต่างๆ จะได้ยินแต่คำพูดที่ไพเราะอ่อนหวานนุ่มนวลชวนอยากให้ฟังอยู่ไม่เบื่อเป็นอานิสงส์
..สมฺผปฺปลาปา เวรมณี เว้นจากคำพูดเพ้อเจ้อเหลวไหล คำที่ไม่มีสาระแก่นสารทั้งประโยชน์ชาตินี้และชาติหน้า แม้จะพูดทั้งวันทั้งคืนก็ไม่มีสาระประโยชน์ ไม่รู้พูดเรื่องอะไรที่บุคคลอื่นฟังจะนำเอาไปปฏิบัติให้ได้รับความสุขไม่มี นี้เรียกว่าพูดเพ้อเจ้อเหลวไหลหาสาระอะไรไม่ได้เลย เราก็เว้นเสีย เราทุกคนก็ให้พากันหันมาเลือกสรรหาคำพูดที่มีสาระประโยชน์ที่เป็นศีลธรรม เมื่อบุคคลอื่นได้ฟังแล้วก็จะเอาไปประพฤติปฏิบัติตนของเขาตามพูดนั้น ก็จะได้รับผลรับประโยชน์ทั้งภพนี้และภพหน้า อันจะนำแต่ความสุขความเจริญมาให้ฝ่ายเดียวเท่านั้นเอง พูดถึงด้านอานิสงส์แล้ว เมื่อบุคคลใดตั้งตนพูดอยู่อย่างนี้แล้ว จะไปเกิดในชาติใดภพใดก็จะได้ยินได้ฟังแต่คำพูดของบุคคลอื่น กล่าวคำที่มีสาระมีประโยชน์เป็นศีลธรรม อันจะนำให้ได้รับแต่ความสุขความเจริญเท่านั้นเองเป็นอานิสงส์..

ศีลข้อที่ 5 สุราเมรย มชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี คือ เว้นจากการดื่มกินสุรา กัญชาฝิ่นแคปเฮโรอีนผงขาวที่เป็นยาเสพติดมึนเมาให้โทษ และเป็นฐานแห่งความประมาท บุคคลใดจะรักษาศีลข้อนี้ได้นั้นต้องเป็นคนที่มีปัญญา พิจารณาดูเมื่อเขาเห็นผู้อื่นกินยาเสพติดเหล่านั้น เขาคิดว่ามีโทษ ไม่ดี ไม่สมศักดิ์ศรีของมนุษย์ ที่ต้องการความดีมีกิริยาเรียบร้อยและปัญญาดี มีสติอารมณ์ดี เพราะการดื่มกินสุราและยาเสพติดทั้งหลายอย่างใดอย่างหนึ่งเข้ามากๆแล้ว ก็ย่อมมีโทษมาก ให้พวกเราเหล่าท่านทั้งหลายได้เห็นอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองอยู่ทุกวันนี้ เมื่อบุคคลใดดื่มกินมากๆก็มีโทษ คือเสียทรัพย์สินเงินทองมากจนหมดเนื้อหมดตัวเป็นคนจนก็มี นี้ข้อหนึ่ง เมื่อแต่ก่อนยังไม่ได้ดื่มเหล้าเหมือนเป็นคนเรียบร้อยดีมาก ทุกคนเคยได้เห็นไหม?เมื่อดื่มกินเหล้าเข้าปากมากๆจนเมาแล้ว แหม..ร้ายเลยทีเดียว คนๆเดียวกัน กลับหน้ามือเป็นหลังมือแสดงออกเป็นคนใหม่ อาละวาดกับคนอื่นวุ่นวายไปหมด มีโทษอย่างนี้อีกอย่างหนึ่ง บางบุคคลก็เสงี่ยมเจียมตัวดีเป็นคนชอบละอายบุคคลอื่นด้วยมารยาท จะเดินไปไหนมาไหนก็ระมัดระวังตนเองดีมาก แต่เมื่อกินเหล้าเข้าปากมากๆจนเมาโซเซแล้วก็เป็นคนใหม่ ล้มตามถนนหนทางที่ไหน อะไรหลุดจากตัวหมดก็ไม่ละอายใครทั้งนั้น อันนี้ก็มีโทษ คือเสียศักดิ์ศรีของมนุษย์ผู้ต้องการมารยาทเรียบร้อยดี อีกอย่างหนึ่งคนเราทุกคนที่เกิดมาย่อมต้องการเป็นผู้มีสติปัญญาดีกันทั้งนั้น แต่เมื่อทุกคนได้ดื่มเหล้าเข้าไปเมาแล้ว ก็ทำให้เสียสติอารมณ์บั่นทอนกำลังปัญญา เมื่อคนอื่นพูดอะไรให้ฟังก็จดจำเอาไม่ได้ไร้ประโยชน์ มีโทษอย่างนี้อีก บุคคลดื่มหนักมากก็ทำให้มึนเมาจนเป็นโรคประสาท เป็นบ้าใบ้เสียจริตผิดมนุษย์ไปก็มี มีโทษอีกเหมือนกัน แต่คนเราทุกคนที่เกิดมานี้ล้วนแล้วแต่ต้องการเป็นคนดีมีศักดิ์ศรี มีคนยกย่องสรรเสริญกันทุกคนใช่ไหม? แต่เมื่อเราเป็นคนชอบดื่มกินแต่เหล้าเมาสุรา สูบกัญชายาฝิ่นแคปเฮโอีนมากๆอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืนแล้ว ทำไมคนอื่นที่เขาเป็นคนดีจึงจะไม่นินทาว่าคนขี้เหล้าขี้ยาเล่า คนดีมีศีลธรรมเขาก็ต้องนินทากันทั่วโลกนั่นเอง มีโทษอย่างนี้อีก
..ฉะนั้นเมื่อเราทุกคนมาพิจารณาดูให้ดีๆให้ถี่ถ้วนแล้ว ว่าการที่คนเราทุกคนกินเหล้าเมาสุราสูบยาเสพติดมากๆนั้น ย่อมมีโทษมากดังที่กล่าวมา ก็ให้พากันมาละเว้นปล่อยวางไม่ดื่มสุราและยาเสพติดให้โทษเหล่านั้น เราก็จะเป็นบุคคลที่ตั้งอยู่ในศีลข้อนี้ เมื่อเราทุกคนรักษาศีลข้อนี้ได้ไม่ขาดแล้ว จะไปเกิดอีกในชาติใดภพใดนั้น ก็ย่อมมีอานิสงส์ดังนี้ 1 เป็นคนมีทรัพย์ไม่ฉิบหาย 2 เป็นคนใจดีไม่อาละวาดใคร 3 เป็นคนมีมารยาทเรียบร้อยดี 4 เป็นคนมีความทรงจำดีตลอดไปข้างหน้า 5 เป็นคนไม่เป็นบ้าใบ้เสียจริตผิดมนุษย์และมีสติอารมณ์ปัญญาดีเป็นหลัก 6 เป็นคนดีมีศีลธรรมไม่มีคนทั้งหลายเขานินทานานาต่างๆ นี้เป็นอานิสงส์ของบุคคลที่ได้รักษาศีลข้อนี้ได้มั่นคงไม่ขาด

..เหตุฉะนั้นพวกเราเราท่านทั้งหลายที่เกิดขึ้นมาอยู่ร่วมโลกอันเดียวกันนี้ ถ้าทุกคนต้องการแต่ความสุข เป็นคนที่รักความสุขและเกลียดความทุกข์จริงๆแล้ว ก็ให้พิจารณาดูว่า คนเราอยู่ด้วยกันมีความทุกข์ความเดือดร้อนวุ่นวายไม่มีความสงบสุขอยู่ทุกวันนี้เป็นเพราะเหตุอะไร ก็เพราะว่าบุคคลไม่รักษาศีล ไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรมที่เป็นธรรมของมนุษย์นี้เองเป็นเหตุ ถ้าเราทุกคนมาพิจารณาให้รู้ทุกข์โทษของบุคคลที่ไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรมแน่นอนแล้ว ก็ขอให้พิจารณาดูตนเองอีกทีนึงว่า ตนเองได้รักษาศีลตั้งอยู่ในศีลธรรมแล้วหรือยัง ถ้าหากตนเองยังไม่มีศีลตั้งอยู่ในศีลธรรม ก็เตรียมตัวเริ่มฝึกหัดปฏิบัติตนเองให้เป็นคนตั้งอยู่ในศีลธรรมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าหากเราทุกคนต้องการแต่ความสุขอยู่ร่วมกันในโลกนี้แล้ว ก็ขอให้พากันตั้งแต่ว่าสิ่งใดที่มีทุกข์มีโทษนั้น ก็ให้พากันละปล่อยวางจากกายวาจาใจให้สิ้นเสีย แล้วก็มาพิจารณาดูว่าสิ่งใดเรากระทำด้วยกาย พูดด้วยวาจา คิดอยู่ด้วยใจแล้ว ก็จะนำแต่ความสุขความเจริญมาให้แก่ตนเองและบุคคลอื่นด้วยนั้น ก็ให้รีบพากันตั้งใจใช้ความเพียรพยายามจะทำให้เกิดให้มีขึ้นแก่ตนเอง..การอธิบายศีล 5 ประการโดยย่อก็ขอยุติเพียงแค่นี้

..*ที่เขียน 3 ข้อลงในมุสาวาทนั้น เพราะเกี่ยวข้องกับการพูดจา แต่พูดถึงการรักษาศีลนั้น ก็ให้รักษาใจของตนเองให้มีศีล ถ้าเราทุกคนได้รักษาใจของตนเองให้มีศีลแล้ว กายวาจาก็ยอมตั้งอยู่ในศีลเหมือนกัน ศีลเรียกว่า ปกติ กายวาจาใจเรียกว่าศีล เมื่อเราทุกคนจะรักษาศีลนั้น ขอให้รักษาตัวเจตนางดเว้นไม่กระทำบาป ด้วยกาย วาจา ใจของตนเองเท่านั้น เราก็จะเป็นบุคคลที่ตั้งอยู่ในศีล ส่วนองค์ของศีลนั้นมีมาก เช่น ศีล 5 , 8, 10, 227 และศีลละเอียดขึ้นไปอีกก็มี แต่อย่างไรก็ตามพวกเราที่ต้องการให้ตนเองเป็นผู้มีศีลนั้น ก็ขอให้จงพากันรักษาตัวเจตนาตัวเดียวนี้แหละ ก็เป็นพอ แล้วเราทุกคนก็จะเป็นผู้มีศีลประจำตนเองเท่านั้น นี้เรียกว่าการรักษาศีล*..

หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก จ.เชียงใหม่
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

visitor online 23  Online   www.siammongkol.com : website uptime สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ สำหรับเว็บไซต์ : www.siammongkol.com


Siam Mongkol Forums(SMF) © 2017
Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder | Thai language by ThaiSMF
| SMFThaiweb.com | สยามมงคลอมูเล็ท | วัตถุมงคลอาจารย์สมราชฐ์ |Sitemap
ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ได้ที่ : siammongkol@gmail.com
w3c-css validation of : http://www.siammongkol.com/smf/  W3C-html Validtion for : http://www.siammongkol.com/smf/  [Valid RSS]