คปภ. – ภาคธุรกิจ ร่วมใจส่งมอบ “ประกันภัย 10 บาท” เป็นของขวัญปีใหม่ไทยให้คนไทยทั้งประเทศ

คปภ. – ภาคธุรกิจ ร่วมใจส่งมอบ “ประกันภัย 10 บาท” เป็นของขวัญปีใหม่ไทยให้คนไทยทั้งประเทศ

คปภ. – ภาคธุรกิจ ร่วมใจส่งมอบ “ประกันภัย 10 บาท” เป็นของขวัญปีใหม่ไทยให้คนไทยทั้งประเทศ

• เปิดโครงการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2565 รูปแบบ Online ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์เดินทางปลอดภัย ประกันภัยห่วงใยคุณ Drive & Ride Safely #ไม่สูญเสีย #ไม่เสียศูนย์” พร้อมให้บริการสายด่วน คปภ. 1186 ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วง 7 วันอันตราย

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2565 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานพิธีเปิดตัวโครงการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2565 ในรูปแบบ Online ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์เดินทางปลอดภัย ประกันภัยห่วงใยคุณ Drive & Ride Safely #ไม่สูญเสีย #ไม่เสียศูนย์” โดยสำนักงาน คปภ. ได้เน้นย้ำการรณรงค์เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ 2 ประการหลักคือ ประการแรก “ไม่สูญเสีย” คือ การสร้างความตระหนักให้ผู้ขับขี่ ผู้ใช้รถใช้ถนนไม่ประมาท คำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทาง ป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่งจะทำให้ลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ประการที่สอง “ไม่เสียศูนย์” คือ กรณีที่ผู้ขับขี่ ผู้ใช้รถ ใช้ถนน รวมถึงผู้โดยสารเกิดอุบัติเหตุโดยไม่คาดคิด ก็จะสร้างความมั่นใจและอุ่นใจได้ว่าไม่เกิดการเสียศูนย์ เพราะได้รับการเยียวยาจากการทำประกันภัย โดยมีคณะผู้บริหารสำนักงาน คปภ. ร่วมกิจกรรมกับ ประธานสภาธุรกิจประกันภัยไทย นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย นายกสมาคมการค้าผู้สำรวจภัยไทย บริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัย ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระแสให้เกิดการรับรู้ และกระตุ้นจิตสำนึกในการขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว รวมถึงรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงให้กับชีวิตและทรัพย์สินภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตในวิถีใหม่ (New Normal) สำนักงาน คปภ. จึงได้พัฒนารูปแบบโครงการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ในรูปแบบ Online เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 และเพื่อให้โครงการดังกล่าวสามารถเข้าถึงประชาชน ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารในวงกว้าง
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนในปีนี้มีกิจกรรมสำคัญ ๆ ดังนี้ กิจกรรมแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย ในการขับเคลื่อนการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนตามนโยบายรัฐบาล ในรูปแบบ Online  กิจกรรมมอบของสนับสนุนโครงการความปลอดภัยทางถนนของภาคอุตสาหกรรรมประกันภัยเพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้รับความร่วมมือจากบริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัยทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ร่วมทำกิจกรรมมอบของสนับสนุนเพื่อให้องค์กรเครือข่ายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำไปใช้ประกอบการจัดกิจกรรมให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชนทั่วประเทศ อาทิ หมวกกันน็อคผู้ใหญ่และเด็ก น้ำดื่ม เสื้อสะท้อนแสง อุปกรณ์ไฟส่องสว่าง และม่านบังแดด เป็นต้น กิจกรรมการให้บริการประชาชนด้านการประกันภัยตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วง 7 วัน อันตราย ของเทศกาลสงกรานต์ (ตั้งแต่วันที่ 11 – 17 เมษายน 2565) ผ่านช่องทางสายด่วน คปภ. 1186 โดยปีนี้สำนักงาน คปภ. ได้พัฒนาเว็บไซต์ภายใต้ชื่อ www.oic-campaign.com   เพื่อเป็นศูนย์รวมของกิจกรรมต่าง ๆ ของสำนักงาน คปภ. และเพื่อเพิ่มช่องทางใหม่ในการสื่อสารกับประชาชนให้สามารถเข้าถึงประกันภัยได้มากยิ่งขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งประชาชนผู้สนใจสามารถเข้าร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ บนหน้าเว็บไซต์นี้ ด้วยการเล่นเกมส์ตอบคำถามที่น่าสนใจ เช่น “ขับรถสไตล์ไหน กับประกันภัยที่เหมาะกับคุณ” พร้อมกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และในอนาคตเว็บไซต์ดังกล่าวสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นศูนย์รวม Partners ที่จะช่วยส่งเสริมและประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการรณรงค์การขับขี่ปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลต่าง ๆ รวมถึงอัพเดทกิจกรรมประกันภัยของสำนักงาน คปภ. และข้อมูลข่าวสารที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป
โดยกิจกรรมที่เป็นมิติใหม่ของงานในปีนี้ คือ “กิจกรรมต้นแบบนำร่องการส่งเสริมให้เกิดการทำประกันภัยสำหรับรายย่อย” อย่างทั่วถึงและขยายตัวในวงกว้าง โดยสำนักงาน คปภ. ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ด้วยการริเริ่มกิจกรรมนำร่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ 3 กิจกรรม คือ กิจกรรมแรก จังหวัดต้นแบบ โดยสำนักงาน คปภ. ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดชลบุรี หน่วยงานภาคีในจังหวัดชลบุรี และบริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์โบรคเกอร์ จำกัด เลือกจังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดต้นแบบเพื่อนำร่องส่งเสริมผลิตภัณฑ์ไมโครอินชัวรันส์โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าพักโรงแรมในจังหวัดชลบุรี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สามารถสแกน QR Code เพื่อลงทะเบียนรับกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์สุขใจ (ไมโครอินชัวรันส์) ได้ฟรี กิจกรรมที่ 2 เกาะต้นแบบ โดยสำนักงาน คปภ. ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด หน่วยงานเครือข่ายในจังหวัดตราด และบริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด เลือกเกาะช้างเป็นเกาะต้นแบบ โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าพักโรงแรมในเกาะช้าง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สามารถสแกน QR Code เพื่อลงทะเบียนรับกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์สุขใจ (ไมโครอินชัวรันส์) ได้ฟรี และกิจกรรมที่ 3 เกษตรกรรุ่นใหม่ต้นแบบ โดยสำนักงาน คปภ. ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรมอบกรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์สุขใจ (ไมโครอินชัวรันส์) ฟรี ให้แก่ Young Smart  Farmer เพื่อเป็นต้นแบบของ Young Smart  Farmer ที่ใช้ระบบประกันภัยในการบริหารความเสี่ยงให้กับตนเอง ครอบครัว และเกษตรกรรมอีกด้วย
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย “กรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์สุขใจ (ไมโครอินชัวรันส์) สำหรับเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2565” เพื่อมอบเป็นของขวัญวันปีใหม่ไทยให้กับคนไทยทั่วประเทศ โดยจ่ายเบี้ยประกันภัยเพียง 10 บาท ให้ความคุ้มครองหลัก ๆ คือ ความคุ้มครองที่ 1 กรณีเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เนื่องจากอุบัติเหตุ ไม่รวมการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกายและ/หรืออุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จะได้รับความคุ้มครอง 100,000 บาท ความคุ้มครองที่ 2 กรณีเสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สูญเสียสายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จากการถูกฆาตกรรมลอบทำร้ายร่างกายและ/หรืออุบัติเหตุขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ จะได้รับความคุ้มครอง 50,000 บาท ความคุ้มครองที่ 3 ค่าใช้จ่ายในการจัดการงานศพกรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย (ยกเว้นกรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยภายใน 15 วันแรก นับจากวันเริ่มต้นระยะเวลาประกันภัย) จะได้รับความคุ้มครอง 5,000 บาท ความคุ้มครองที่ 4 ค่าชดเชยรายได้ระหว่างการเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน กรณีได้รับการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ (สูงสุดไม่เกิน 30 วัน) จะได้รับความคุ้มครอง 200 บาทต่อวัน ความคุ้มครองที่ 5 ค่าชดเชยรายได้ระหว่างการเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในห้อง ICU กรณีได้รับการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ (ผลประโยชน์รวมความคุ้มครองที่ 4 ไม่เกิน 30 วัน) จะได้รับความคุ้มครอง 400 บาทต่อวัน
สำหรับเงื่อนไขการรับประกันภัยที่สำคัญ คือ ผู้ทำประกันภัยต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีบริบูรณ์ ถึง 70 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ทำประกันภัย ระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน ทั้งนี้ ผู้เอาประกันภัยแต่ละราย มีสิทธิได้รับกรมธรรม์ประกันภัยจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 1 กรมธรรม์ต่อผู้ประกอบการ 1 ราย เท่านั้น โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นผู้ถือกรมธรรม์ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ไทยให้กับคนไทยทั่วประเทศ และเนื่องจากประกันภัย 10 บาทดังกล่าวเป็นกรมธรรม์กลุ่มที่ประชาชนไม่ต้องจ่ายเงินซื้อกรมธรรม์ โดยสามารถรับสิทธิฟรีจากการไปใช้บริการตามเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการซึ่งเข้าร่วมโครงการกำหนด ได้แก่ ธนาคารออมสิน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AIS) บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด Café Amazon บริษัท เคาน์เตอร์ เซอร์วิส จำกัด บริษัท แรบบิท อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ จำกัด บริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค จำกัด และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด
หากบุคคลทั่วไปต้องการซื้อโดยตรงสามารถรวมตัวเป็นกลุ่มซื้อจากบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่  บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เจมาร์ท ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอไอเอ จำกัด ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2565
“เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ สำนักงาน คปภ. ขอส่งความสุขวันปีใหม่ไทยมาให้ทุกท่านและขอให้ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยว ขับขี่รถด้วยความไม่ประมาท ผู้ที่ใช้รถยนต์อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัย เมาไม่ขับ เตรียมสภาพร่างกาย และตรวจสภาพรถให้พร้อม ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญควรตรวจวันหมดอายุกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ตามที่กฎหมายกำหนด และควรทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจและประกันชีวิตอื่น ๆ ด้วย เพื่อที่ระบบประกันภัยจะได้เข้ามาช่วยเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ด้วยความไม่ประมาท อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกันภัยสามารถสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วง 7 วันอันตราย คือระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2565 ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect ” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

ข้อมูล 

https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/53537

 

Credit : ข่าวประชาสัมพันธ์กรมประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร : Read More