สาธารณสุขจังหวัดพะเยา เน้นย้ำทำความเข้าใจให้ประชาชนร่วมกันลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19

สาธารณสุขจังหวัดพะเยา เน้นย้ำทำความเข้าใจให้ประชาชนร่วมกันลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19

นายแพทย์ศุภชัย บุญอำพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย มีแนวโน้มการรายงานผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 ลดลงในช่วงสงกรานต์ ขณะที่ผู้ป่วยอาการหนัก ที่กำลังรักษาเพิ่มขึ้นและพบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้างและเข้าไปในกลุ่มเสี่ยงต่อการป่วยหนัก (กลุ่ม 608) จำนวนมากได้

สำหรับสถานการณ์จังหวัดพะเยาในรอบ 7 วันที่ผ่านมา (13-19 เมษายน 2565) จังหวัดพะเยาอยู่ลำดับที่ 66 ของประเทศ ผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 จากการตรวจ RT-PCR รายใหม่ เฉลี่ยวันละ 60 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 จำนวน 4,857 ราย หายป่วย 4,425 ราย กำลังรักษา 398 ราย (ปอดอักเสบ จำนวน 5 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ จำนวน 3 ราย เสียชีวิต จำนวน 34 ราย) ในกลุ่มผู้เสียชีวิตทั้งหมดจำแนกเป็นกลุ่ม 608 94% ไม่ได้ฉีดวัคซีน 50% (17 ราย) ฉีดวัคซีน 1 เข็ม 15% (5 ราย) และฉีดวัคซีน 2 เข็ม 35% (12 ราย) ผลการฉัดวัคซีนสะสม 771,419 โดส เข็มแรก 77.16 %, เข็มสอง 72.03%, เข็มสาม 31.05 % (กลุ่ม 608 ได้เข็มสาม 39.47% เด็กอายุ 5-11 ปีได้เข็มแรก จำนวน 17,133 คน 67.79 %)

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งกลับมาทำงานปกติหลังวันหยุดยาว และลูกหลานเดินทางกลับไปทำงานแล้วต้องช่วยกันเฝ้าระวัง สอดส่องและตรวจสอบ Cluster ในสถานที่เสี่ยงที่มีประชาชนไปร่วมกิจกรรมจำนวนมาก อย่างต่อเนื่องรวมทั้งช่วยกันประชาสัมพันธ์ และชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจให้ประชาชนร่วมกันลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนี้

1.ผู้ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อหรือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ให้ปฏิบัติตนตามแนวทางปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อลดการแพร่ระบาดในวงกว้าง โดยใช้มาตรการ Self Clean-up และ 2U คือ มาตรการ Self Clean-up หลังเทศกาลสงกรานต์ เน้นมาตรการทำงานที่บ้าน WFH ตามความเหมาะสมของหน่วยงานที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการให้บริการประชาชนและตรวจ ATK ผลเป็นลบ ก่อนกลับเข้าที่ทำงานหรือร่วมกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวน และมาตรการ 2U ประกอบด้วย Universal Prevention จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ขณะต้องใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงวัย เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง รวมทั้งงดการทานอาหารหรือเครื่องดื่ม ร่วมกับผู้สูงวัย หากจำเป็นให้ใช้เวลาน้อยที่สุด และ Universal Vaccination “ฉีดวัคซีนทุกกลุ่มอายุ” โดยเฉพาะผู้สูงวัย และกลุ่มโรคเรื้อรัง ให้ได้รับวัคซีนช่วงเทศกาลสงกรานต์และหลังสงกรานต์

2.เน้นย้ำให้ประชาชนทุกคนต้องป้องกันตนเองสูงสุด แบบ Universal Prevention และตระหนักเสมอว่า แม้จะได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์แล้ว ก็ยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ข้อมูล 

https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220420114713683

 

Credit : ข่าวประชาสัมพันธ์กรมประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร : Read More