โครงการ สว.พบประชาชนภาคเหนือ จัดอบรมและศึกษาดูงาน เรื่องการปลูกกัญชง เพื่อสร้างรายได้และทดแทนพืชที่เป็นสาเหตุให้เกิด PM 2.5 รุ่นที่ 2 ที่จังหวัดพะเยา

โครงการ สว.พบประชาชนภาคเหนือ จัดอบรมและศึกษาดูงาน เรื่องการปลูกกัญชง เพื่อสร้างรายได้และทดแทนพืชที่เป็นสาเหตุให้เกิด PM 2.5 รุ่นที่ 2 ที่จังหวัดพะเยา

วันนี้ (23 เม.ย. 65) พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ รองประธานคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนบน) เป็นประธานเปิดการอบรมและศึกษาดูงาน เรื่อง “การปลูกกัญชง เพื่อสร้างร้ายได้และทดแทนพืชที่เป็นสาเหตุให้เกิด PM 2.5” รุ่นที่ 2 ณ โรงแรม เอ็มทู โฮเทล วอเตอร์ไซด์ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ของคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนบน) ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา พบปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 และไฟป่า ซึ่งเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะและเศรษฐกิจของประชาชนอย่างกว้างขวางในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบน คณะกรรมการฯ จึงตั้งคณะทำงานติดตามการปฏิรูปประเทศเรื่องฝุ่นละออง (PM 2.5) และไฟป่าขึ้น ซึ่งมีพันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ สมาชิกวุฒิสภา เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ทั้งนี้คณะทำงานฯ เสนอแนวทางที่จะช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 และไฟป่า คือ การส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพืชชนิดอื่นทดแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว จึงได้ได้สนับสนุนการอบรมการปลูกพืชกัญชง ให้กับวิสาหกิจชุมชน เพื่อลด PM 2.5 อีกทั้ง สามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชน จึงได้มีการจัดอบรมในวันนี้ขึ้น เพื่อให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้นำเกษตรกรและ เกษตรกรผู้สนใจ ทราบหลักการการปลูกกัญชงอย่างถูกต้องตามกฎหมายและได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ตรงความต้องการของผู้รับซื้อ และตลาดของกัญชง อีกทั้ง ยังทำให้เกิดตลาดรองรับผลผลิต ทุกส่วนของพืชกัญชง ทั้งช่อดอกและส่วนประกอบของลำต้นต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้ทดแทนการปลูกพืชเศรษฐกิจ เดิมที่มีปัญหาด้านราคาและก่อมลภาวะ PM 2.5

โดยการจัดอบรมฯ กำหนดจัดขึ้น จำนวน 2 รุ่น ๆ ละ 40 คน ซึ่งแต่ละรุ่นประกอบด้วย วิสาหกิจ ชุมชน หรือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบน จำนวนรุ่นละ 35 คน และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ จำนวน 5 คน และได้จัดอบรม รุ่นที่ 1 ไปแล้วเมื่อวันที่ 2-3 เมษายน 2565 ที่โรงแรม เฮอร์ริเทจ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และได้จัดรุ่นที่ 2 ในวันนี้ โดยมีวิสาหกิจชุมชน หรือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบน จำนวน 40 คน ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ จำนวน 20 คน และยังมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและเกษตรผู้สนใจขอเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการอบรมครั้งนี้อีก 42 คน ซึ่งการจัดการอบรมฯ ทั้งสองรุ่น ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)โดยกระบวนการฝึกอบรมเป็นการบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ เกี่ยวกับการปลูกกัญชงเพื่อสร้าง รายได้ และทดแทนพืชที่เป็นสาเหตุให้เกิด PM 2.5 อาทิ การปลูกกัญชงให้ถูกต้องตามกฎหมาย การเก็บเกี่ยว การเก็บรักษา แนวทางการพัฒนาการปลูกให้เหมาะสมกับท้องถิ่น และการตลาดรวมถึงมีการศึกษาดูงานในแปลงปลูก โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน และหอการค้าจังหวัดพะเยา ซึ่งนอกจากจะได้รับความรู้แล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการอบรมซักถาม เพื่อเป็นการสำรวจความ เป็นไปได้ที่จะดำเนินกิจการปลูกกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของชุมชนด้วย

พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฯ กล่าวว่า การอบรมวันนี้เพื่อเป็นช่องทางในการลด PM 2.5 สาเหตุเกิดจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และเพื่อลดปัญหาการเผ่าพืชเชิงเดี่ยว พืชที่นำมาปลูกแทนต้องไม่มีการเผา จึงเป็นที่มาขอการอบรมส่งเสริมปลูกกัญชงขึ้น ซึ่งนอกจากจะลด PM 2.5 แล้วยังสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอีกด้วย คนที่สนในควรศึกษาเรื่องขอระเบียบข้อกฎหมาย ของกระทรงสาธารณสุข เพราะมีกฎหมายควบคุมอยู่ โดยจะมีทีมงานแต่ละจังหวัดให้ความรู้ในกระบวนการขออนุญาตทั้งหมดรวมถึงวิธีการปลูกด้วย

ขณะที่ นายณรงค์ชัย สุทธิกุลบุตร ประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา กล่าวว่า ทางหอการค้าจังหวัดพะเยา ยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมีการเชื่อมโยงเครือข่ายในการปลูกกัญชง ทราบว่ามีหลายแปลงในจังหวัดพะเยาได้รับการอนุญาต และปลูกแล้วและสามารถเก็บเกี่ยวผลิตได้แล้ว และถ้าหากใครสนใจ ก็สามารถติดต่อหอการค้าจังหวัดพะเยาได้เลย ทางหอการค้ายินดีให้การสนับสนุนเกษตรกรที่สนใจการปลูกกัญชง เพื่อสร้างรายได้ และลดปัญหา PM 2.5 ด้านตัวแทนเกษตรกรในจังหวัดพะเยา บอกว่า เป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นพืชที่เสริมรายได้ และมีราคาค่อนข้างดี ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาการปลูก วิธีการปลูกและขั้นตอนการขออนุญาตตามกฎหมาย หลายคนรวมถึงตนเองก็ได้เตรียมพื้นที่เพาะปลูกไว้แล้ว

ข้อมูล 

https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220423131017840

 

Credit : ข่าวประชาสัมพันธ์กรมประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร : Read More