รหัส : c193

ราคา 400.-

พระนางพญาเป็นชื่อพิมพ์พระกรุโบราณ ที่ได้รับการจัดให้อยู่ในชุดหนึ่งในเบญจภาคี สุดยอดพระเครื่องหนึ่งในห้า ของไทย ประวัติของพระนางพญาคือเป็นพระกรุที่มีการขุดพบครั้งแรกในปี พ.ศ.2444 โดยทางวัดนางพญาจังหวัดพิษณุโลก มีการสร้างสร้างศาลาขึ้นบริเวณด้านหน้าของวัด เพื่อเป็นที่พระทับในการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองพิษณุโลก เพื่อทอดพระเนตรการหล่อพระพุทธชินราชจำลองในครั้งนั้น พอขุดหลุมจะลงเสาของศาลาก็ได้พบพระเครื่องจำนวนมาก ที่มีลักษณะเป็นพระเนื้อดินผสมผงทรงสามเหลี่ยม ปางมารวิชัย ทางวัดจึงได้เก็บรวบรวมไว้ และเมื่อล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปถึงวัดนางพญา ทางวัดจึงได้นำพระจำนวนหนึ่งทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระองค์ท่าน พระองค์ทรงนำพระเครื่องนี้แจกจ่ายแก่ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จกันโดยถ้วนกัน

ครั้นต่อมาในราวปี พ.ศ.2470 สมัย พระอธิการถนอม เป็นเจ้าอาวาส องค์พระเจดีย์ด้านตะวันออกของวัดได้พังลง ก็ปรากฏพบพระนางพญาอีกจำนวนหนึ่ง ดังบทความที่ “ท่านตรียัมปวาย” ได้เขียนไว้ในหนังสือ “ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่องฯ เล่มที่ 2 เรื่อง นางพญาและพระเครื่องสำคัญ ว่า ‘… มีโอกาสได้พบผู้ใหญ่เลี่ยว ปาลิวณิช นักพระเครื่องอาวุโสของจังหวัดพิษณุโลก ท่านเล่าว่า “กรุพระนางพญา” เป็นพระเจดีย์ที่พังทลายฝังจมดินอยู่บริเวณด้านหน้าของวัด ตรงหน้ากุฏิท่านสมภารถนอม มีการขุดพบพระนางพญา ได้พระเป็นจำนวนมาก ในคราวนั้นปรากฏว่าชาวเมืองพิษณุโลกไม่ได้ให้ความสนใจ ดังนั้น พระนางพญาที่ถูกค้นพบจึงถูกเก็บไว้ที่วัดนางพญา และบางส่วนอาจถูกนำไปบรรจุกรุยังที่อื่นๆ อีกด้วย …’

ตามประวัติความเป็นมาต่างๆ ของ “พระนางพญา วัดนางพญา” เป็นมูลเหตุสำคัญในการอ้างอิงถึงการพบพระนางพญาในกรุอื่นๆ ที่ จ.พิษณุโลก รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการพบพระพิมพ์ที่มีเนื้อหาและพิมพ์ทรงแบบเดียวกันกับพระนางพญาจากกรุวัดนางพญาทุกประการในหลายๆ กรุ อาทิ วัดอินทรวิหาร และวัดเลียบ เป็นต้น สันนิษฐานว่าเป็นพระได้มาในคราวปี พ.ศ.2444 แล้วได้นำมาบรรจุตามกรุพระเจดีย์ต่างๆ ซึ่งจะมีจำนวนมากบ้างน้อยบ้าง และเมื่อผ่านกาลเวลา สภาพองค์พระก็จะแตกต่างกันไปตามสภาพกรุที่บรรจุ

ลักษณะของพระ นางพญา เป็นพระเนื้อดินเผา องค์พระจึงมีหลายสีและหลายขนาดตามลักษณะของพระเนื้อดินเผาทั่วไป พุทธศิลปะเป็นศิลปะผสมผสานระหว่างสุโขทัยและอยุธยา พิมพ์ทรงรูปสามเหลี่ยม มีการตัดขอบแม่พิมพ์ด้วยตอกชิดองค์พระ องค์พระพุทธประทับนั่งงปางมารวิชัย พระเกศเมาลีมีลักษณะคล้ายปลีกล้วย พระหัตถ์ขวาพาดที่พระชานุ (หัวเข่า) พระหัตถ์ซ้ายวางตรงหน้าพระเพลา (หน้าตัก) ในลักษณะอ่อนช้อย ส่วนด้านหลังเป็นหลังเรียบ แต่ด้วยผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน จึงมีรอยเหี่ยวย่นจากการหดตัวของเนื้อมวลสาร โดยสามารถแบ่งแยกพิมพ์ได้ 6 พิมพ์ คือ พิมพ์เข่าโค้ง, พิมพ์เข่าตรง, พิมพ์อกนูนใหญ่, พิมพ์สังฆาฏิ, พิมพ์เทวดา และ พิมพ์อกนูนเล็ก

พระนางพญาที่นำมาให้บูชานี้เป็นพระนางพญาคาดว่าสร้างขึ้นในภายหลังและบรรจุกรุที่วัดนางพญา ซึ่งทางวัดได้เปิดกรุ นำออกให้บูชา มีเนื้อหาสาระของพระดี ถือเป็นพระนางพญาที่บูชาทดแทนรุ่นเก่าได้

Other items you may be interested in:

เหรียญล้อแม็คพิมพ์เล็ก เนื้อนวะโลหะ หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย
พระขุนแผนแสนตรีเวทย์ พิมพ์ใหญ่ สีชมพู ปัดทอง
ผ้ายันต์เสาร์ 5 ปี 2539 หลวงปู่ทิม วัดพระขาว จ.อยุธยา
ตะกรุดเสริมดวงประจำวันอาทิตย์ พิธีปลุกเสกวันเพ็ญเดือน 12 และฤกษ์จันทร์ซ้อนจันทร์ ปี 2559
เหรียญกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ วัดปากน้ำ ชุมพร ปี 2539
เหรียญยี่กอฮง รุ่นบวงสื่อเฮง ปี 2541 ขุนพันธ์ รักษ์ราชเดช ปลุกเสกเดี่ยว
พระขุนแผนมหาจินดามณี รุ่นมหาจินดามณี พ.ศ. 2550 ปัดเงิน ตะกรุด 1 ดอก วัดแม่สาบเหนือ จ.เชียงใหม่
พระปิดตามหาเสน่ห์ เนื้อว่านสีขาว ฝังตะกรุด พิธีพุทธาภิเษกวัดแม่สาบเหนือ จ.เชียงใหม่
เหรียญเจ้าอาถรรพ์รุ่นแรก เนื้อทองแดง อาจารย์สรายุทธ สำนักติคญาโณ สวนผัก นนทบุรี
เหรียญหลวงปู่อ่อน วัดป่านิโครธาราม จังหวัดอุดรธานี(2)
พระผงสมเด็จหลวงปู่ทวด สีดำ รุ่นมหาราช ปี 2538 วัดเกาะแก้วอรุณคาม
รูปหล่อหลวงปู่สรวง วัดหนองคล้า จังหวัดพิจิตร