หนุ่มออฟฟิศขอนแก่น ใช้พื้นที่ว่างข้างบ้าน เลี้ยงมูลไส้เดือนอารมณ์ดีขาย สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว

หนุ่มออฟฟิศขอนแก่น ใช้พื้นที่ว่างข้างบ้าน เลี้ยงมูลไส้เดือนอารมณ์ดีขาย สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว

ออก้าฟาร์ม บ้านแดงน้อย ถนนมะลิวัลย์ ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น กำลังได้รับความสนใจและความนิยมจากผู้ที่ชื่นชอบปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้เลี้ยงไม้ดอกและไม้ด่าง รวมไปถึงกลุ่มผู้ปลูกทุเรียน ที่มีการสั่งซื้อปุ๋ยมูลไส้เดือนอารมณ์ดี จากฟาร์มแห่งนี้เป็นจำนวนมาก

ฟาร์มแห่งนี้ได้ใช้พื้นที่ด้านข้างของบ้าน ทำการเลี้ยงไส้เดือน ไว้ประมาณ 20 กระบะ ด้วยการดัดแปลงวัสดุเหลือใช้ในครอบครัว มาจัดทำเป็นฟาร์มเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ยมูลไส้เดือนอารมณ์ดี โดยมีคนในครอบครัวที่ว่างเว้นจากงานประจำ โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็มาช่วยกันคนละไม้คนละมือกันอย่างสนุกสนาน

นายพงษ์วสันต์ จาริชานนท์ อายุ 32 ปี เจ้าของออก้าฟาร์ม มูลไส้เดือนอารมณ์ดี กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงไส้เดือนและผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือนนั้น เกิดจากความชอบในช่วงหยุดทำงานที่บ้าน ตามมาตรการของรัฐ ในการเวิร์คฟรอมโฮม ในช่วงของการระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมา จึงต้องการหารายได้เสริม โดยเน้นการลงทุนที่ไม่มากนัก ใช้วัสดุเหลือใช้ภายในบ้านและที่สำคัญคือ ครอบครัวมีส่วนร่วมและทำได้ไม่ยาก จึงเริ่มศึกษาและทดลองทำจนกระทั่งมาพบว่า ในช่วงของโควิดระบาดคนนิยมปลูกต้นไม้โดยเฉพาะกลุ่มไม้ดอกและไม้ด่าง จึงศึกษาถึงเรื่องของปุ๋ยอินทรีย์ปลอดสารพิษ จนพบว่า ปุ๋ยมูลไส้เดือนกำลังได้รับความสนใจ จึงทำการศึกษาและทดลองทำ ด้วยการใช้ขี้วัว ที่ครอบครัวเลี้ยงอยู่ มาทดลองเป็นจุดแรก โดยใช้กะละมังซักผ้าที่ไม่ใช้มาเป็นจุดเริ่มต้น จากนั้นนำมาเจาะรู เพื่อให้มีการระบายอากาศ โดยนำขี้วัวแห้งมาแช่น้ำประมาณ 3-5 วัน เพื่อให้คลายก๊าซ ซึ่งเมื่อแช่ได้ที่ก็นำมาตากให้สะเด็ดน้ำจากนั้นก็นำมาใส่ในกะละมังซักผ้า ประมาณ 3 ใน 4 ของกะละมัง จากนั้นก็หาพันธุ์ไส้เดือน ซึ่งก็ซื้อจากฟาร์มมาในราคา กก.ละ 500 บาท

ลองผิดลองถูกมาเรื่อย จนกระทั่งรู้ว่าไส้เดือนพันธุ์ AF นั้นเหมาะกับการทำปุ๋ยมูลไส้เดือนที่สุด เพราะเลี้ยงทน เลี้ยงง่ายและถ่ายเร็ว โดย 1 กะละมังจะใช้ไส้เดือนประมาณ 2.5 ขีด หรือประมาณ 200 ตัว โดยปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน ไส้เดือนก็จะมาถ่ายทิ้งไว้บนด้านบนของกะละมัง จากนั้นก็จะใช้ไม้ปาดเอาเฉพาะมูลไส้เดือน ออกมาและนำมาร่อน เพื่อคัดแยกเศษวัชพืช เศษไข่ไส้เดือนและเศษไส้เดือน เท่านี้ก็จะได้ปุ๋ยมูลไส้เดือนที่พร้อมต่อการนำไปปลูกไม้ดอกและไม้ด่าง ซึ่งฟาร์มได้เริ่มจำหน่ายปุ๋ยมูลไส้เดือนผ่านทางโซเชียลมีเดีย มาตั้งแต่ต้นปี ได้ผลการตอบรับและยอดการสั่งซื้อแบบจองข้ามสัปดาห์ และที่มากไปกว่านั้นคือ สวนทุเรียนหลายที่ได้ประสานมาขอเหมาปุ๋ยมูลไส้เดือนจากฟาร์มแบบมีเท่าไหร่ขอเหมาหมดกันเลยทีเดียว

นายพงษ์วสันต์ กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันที่ออก้าฟาร์ม เป็นฟาร์มขนาดเล็กที่เลี้ยงไส้เดือนประมาณ 25 บ่อ ด้วยงบลงทุนที่ไม่มากนัก วัตถุดิบทุกอย่างเน้นของที่มีภายในบ้าน มีเพียงกะละมังเท่านั้นที่ต้องซื้อเพิ่ม เพื่อขยายการเลี้ยง ซึ่งปุ๋ยมูลไส้เดือนนั้น ปัจจุบันสามารถเก็บจำหน่ายได้ทุก 7 วัน โดยจำหน่ายในราคา กก.ละ 20 บาท ที่จำหน่ายในราคานี้เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนและเพื่อนร่วมงาน ประกอบกับต้นทุนโดยเฉพาะขี้วัวนั้นมีอยู่ในฟาร์มวัวของครอบครัวอยู่แล้ว ดังนั้นมีเพียงการลงแรงและความรักในอาชีพเสริมที่ต้องการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ซึ่งก็สามารถที่จะทำได้จริงเพราะมูลไส้เดือนเราสามารถเก็บได้ในทุก 7 วัน และที่มาของปุ๋ยมูลไส้เดือนอารมณ์ดีของทางฟาร์มนั้น นอกจากการใช้ขี้วัวที่มีอยู่แล้ว ยังคงเสริมด้วยผักสด หรือหญ้า ให้กับไส้เดือนเพื่อให้เกิดการระบายอากาศ และได้รับประทานอาหารในประเภทผักเพิ่มขึ้นและสูตรเด็ดที่สำคัญคือ การให้ผลไม้โดยเฉพาะแตงโม หรือแตงไทย หรือผลไม้ที่ไม่มีรสเปรี้ยวหั่นเป็นชิ้นวางไว้ในกะละมัง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งเป็นผลไม้ที่ไส้เดือนนิยมเมื่อรับประทานไปแล้วก็จะให้มูลไส้เดือนในจำนวนที่มากอีกด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่สนใจปุ๋ยมูลไส้เดือนอารมณ์ดี 100 % สามารถติดต่อที่ออก้าฟาร์มได้ที่ 064-6619142

ข้อมูล 

https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220711120433197

 

Credit : ข่าวประชาสัมพันธ์กรมประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร : Read More