“ขนมครกโบราณ” เมนูสร้างรายได้

“ขนมครกโบราณ” เมนูสร้างรายได้

สืบทอด “ขนมครกโบราณ” จากแม่สู่ลูก หอม หวาน มันกะทิ เมนูสร้างรายได้วันละกว่าพันบาท

ขนมครก ขนมไทยที่หลายๆ คนรู้จัก และเป็นที่ชื่นชอบ ทั้งผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ เด็ก ๆ เนื่องจากกินง่าย รับประทานกันได้ ทั้งในช่วงเช้า และช่วงเย็น ยิ่งถ้าร้านไหนทำขนมครกสูตรโบราณ รสชาติอร่อยกรอบ นอกนุ่มใน หอม หวานมัน แล้ว ก็จะยิ่งเป็นที่ติดใจของลูกค้ามาก

อย่างหนุ่มชาวมุสลิม ยะลา ซึ่งได้เปิดร้านขายกะทิสด มานานกว่าสองปี ในช่วงสถานการณ์โควิด ได้รับผลกระทบขายไม่ค่อยได้ ได้หันมาทำขนมครก สูตรดั้งเดิม เป็นอาชีพเสริม หลังจากที่ได้รับการสืบทอดมาจากผู้เป็นแม่ ตั้งแต่วัยเด็ก โดยจะใช้วัสดุหลักเป็นกะทิที่ขายอยู่ทุกวัน ลูกค้าชื่นชอบ ความอร่อย รอซื้อกันอย่างไม่ขาดสาย เปิดขายได้เพียง 2 ชั่วโมง ขนมครก ก็หมด ช่วยสร้างรายได้ วันละ 4,000 บาท ให้กับครอบครัว ในช่วงเศรษฐกิจปัจจุบันที่ภาวะของแพง ค่าครองชีพสูง

ลูกค้าประจำของทางร้าน ส่วนใหญ่จะบอกว่า รสชาติ อร่อย กลมกล่อม หวานมันกะทิสด กินแล้วติดใจ หากินยากที่ขนมครกจะมีร้านอร่อย ๆ แบบนี้ ก่อนไปทำงานก็จะแวะซื้อไปทาน แต่ถ้าวันไหนเห็นคนเยอะ ก็จะไม่แวะ

สำหรับขนมครก ที่นี่จะมี 4 ไส้ให้เลือก ทั้งข้าวโพด เผือก ต้นหอม มันม่วง ขายทั้งแบบยกถาด 40 บาท กล่องเล็ก 20 บาท 7 คู่ , 30 บาท และ 40 บาท แล้วแต่ลูกค้าเลือกชอบไส้ไหนสามารถสั่งได้เลย

นายอุสมาน มะสีละ เจ้าของร้าน ขนมครกโต๊ะฮะห์ ได้เล่าให้ฟังว่า เดิมทีเปิดร้านเป็นร้านขายกะทิก่อน พอเดือนหนึ่งโควิด ก็มา เดือนที่สองโควิดหนัก ร้านก็ปิดหมด เราก็ขายกะทิไม่ได้ เป็นวิกฤตที่หนักมาก ไม่รู้จะทำอะไร พอดีขนมครกเป็นสูตรของแม่ ดั้งเดิม แม่ขายขนมครกตั้งแต่เรายังเด็ก ก็เลยได้คุยกับแฟน มาทำขนมครกขายดีม้ัย กะทิก็ขายไม่ค่อยได้ เริ่มจากนั้นมากว่าสองปี ก็ขายขนมครก ไปพร้อมกับขายกะทิจนถึงทุกวันนี้

การตอบรับจากลูกค้าก็ใช้ได้ ลูกค้าชอบ เพราะขนมครกเป็นกะทิสด ซึ่งเราจะเน้นความมันของกะทิมาก กว่าไม่เน้นที่ไส้ ความอร่อยของขนมครก นั้น ก็จะขึ้นอยู่กับความมันของกะทิ ส่วนผสมอื่น น้ำมัน เกลือ น้ำตาลนั้น อยู่ที่การปรุง ถ้าแม่ค้าคนไหนชอบรสไหนก็จะปรุงตามใจมากกว่า ส่วนของที่นี่จะไม่เน้นหวาน จะเน้นมันกะทิ น้ำตาลไม่ค่อยเยอะ

ตอนนี้ ทั้งขนมครก กะทิ ก็ขายดีพอๆ กัน หลังวิกฤตโควิดผ่านพ้นไป แม่ค้าก็กลับมาเปิดร้านขายขนม ขายอาหาร ทำให้ขายดีกว่าเดิม หลังโควิด

ส่วนรายได้นั้น รวมกะทิ และขนมครก ก็จะตกวันละ 15,000 – 18,000 ยังไม่หักค่าใช้จ่าย ถ้าขนมครกอย่างเดียว ทำ 20 กก.ต่อวัน ก็จะได้ประมาณ 4,000 บาท ยังไม่หักค่าใช้จ่าย แต่ละวันก็จะไม่เพิ่ม ถ้าทำขนมครกขายในช่วงเช้า 10 กก. ขายตั้งแต่ 6 โมงถึง 8 โมง หมดแล้วก็หมดเลย ช่วงเย็น ก็จะต่ออีก 10 กก. ที่ผ่านมาก็ขายหมดทุกวัน

สำหรับผู้ที่ชอบทานขนมครก ก็สามารถแวะเวียนไปอุดหนุนได้ที่ 4 แยกไฮเปอร์มาร์ท จะอยู่ติดถนน ส่วนกะทิ ก็จะมีบริการส่งให้กับแม่ค้าด้วย หรือจะไปที่สาขาอื่น ก็ได้ถ้าเป็นขนมครก จะมี 4 สาขา คือ 4 แยกไฮเปอร์มาร์ท ตือเบาะ ผังเมือง 4 สะเตง ร้านกะทิสด ก็จะมี 2 สาขา คือ ที่นี่กับสะเตง

ข้อมูล 

https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220810094501326

 

Credit : ข่าวประชาสัมพันธ์กรมประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร : Read More