​รมต.นร.อนุชาฯ หารือเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ชื่นชมไทยเตรียมพร้อมรับพายุโนรู พร้อมสานต่อความร่วมมือทุกมิติ ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภูมิภาค พัฒนาระบบเทคโนโลยีและนวัตกรรม

​รมต.นร.อนุชาฯ หารือเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ชื่นชมไทยเตรียมพร้อมรับพายุโนรู พร้อมสานต่อความร่วมมือทุกมิติ ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภูมิภาค พัฒนาระบบเทคโนโลยีและนวัตกรรม

วันนี้ (29 กันยายน 2565) เวลา 13.00 น. ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายมุน ซึง-ฮย็อน (H.E. Mr. Moon Seoung-hyun) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ สรุปสาระสำคัญดังนี้
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและชื่นชมความตั้งใจในการทำงานของเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ซึ่งที่ผ่านมาได้พบหารือกับบุคคลสำคัญและภาคส่วนต่าง ๆ ของไทยจำนวนมาก ช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ให้ก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2565 นี้ ยังถือเป็นโอกาสครบรอบ 10 ปี ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) ไทย – เกาหลีใต้ และในวันที่ 1 ตุลาคม 2565 จะครบรอบ 65 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอีกด้วย พร้อมเชื่อมั่นว่าความรู้และประสบการณ์ที่ยาวนานด้านการต่างประเทศของเอกอัครราชทูตฯ จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งไทยพร้อมร่วมมือกับเกาหลีใต้เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการพัฒนาเทคโนโลยี ด้านการค้าการลงทุน ตลอดจนด้านวัฒนธรรม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ร่วมกันต่อไป
เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ขอบคุณรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่สละเวลาให้เข้าเยี่ยมคารวะในวันนี้ พร้อมแสดงความห่วงใยถึงสถานการณ์พายุโนรูในขณะนี้ ซึ่งเห็นว่ารัฐบาลไทยมีการเตรียมความพร้อมผ่านมาตรการต่าง ๆ ที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบน้อย โดยเชื่อมั่นว่าจากสถานการณ์ดังกล่าวจะสามารถนำไปต่อยอดร่วมกันในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้ในอนาคต รวมทั้งชื่นชมแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของไทย โดยเฉพาะการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศจะสามารถขยายความร่วมมือ ทั้งการเจรจาหารือในมิติอื่น ๆ ได้อีกมาก
ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือต่าง ๆ ที่สำคัญ ดังนี้
ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบันสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติของไทยได้มีความร่วมมือกับกระทรวงสิ่งแวดล้อมเกาหลีใต้ภายใต้โครงการความร่วมมือ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการระบบการติดตามภัยแล้งโดยใช้ข้อมูลดาวเทียม และโครงการการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศของอ่าวไทยบริเวณปากแม่น้ำเพชรบุรี โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงการแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การป้องกันและรับมือกับภัยแล้ง และในเดือนตุลาคมนี้ จะเข้าร่วมการประชุม The 1st Mekong – Korea Water Forum (MKWF) ร่วมกับรัฐมนตรีของประเทศสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) เพื่อส่งเสริมกรอบความร่วมมือด้านน้ำข้ามพรมแดนต่อไป ขณะที่เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ยินดีสานต่อความร่วมมือผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้ที่ทั้งสองฝ่ายมีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบริหารจัดการน้ำ การประยุกต์ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อวางแผนถึงการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศร่วมกัน รวมทั้งหากไทยมีแนวทางหรือโครงการอื่น ๆ ที่จะหารือเพิ่มเติม ทางสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีฯ ยินดีให้ความร่วมมือและดำเนินการให้อย่างต่อเนื่อง
ด้านการค้าการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยินดีที่มูลค่าทางการค้าในปี 2565 เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 32 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยพร้อมร่วมมือกับเกาหลีใต้เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวาระที่ไทยเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุม APEC ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ด้านเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ยินดีสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพของไทยในครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจะประสบความสำเร็จและสามารถเพิ่มความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ให้แก่ภูมิภาคได้ อีกทั้งเบื้องต้น ได้หารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ของไทย โดยมีแผนที่จะขยายกรอบความร่วมมือทางการค้าผ่านหน่วยการค้าย่อยในแต่ละพื้นที่ของไทยและเกาหลีใต้ในอนาคต 
ด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายยินดีที่ประชาชนต่างมีความชื่นชอบวัฒนธรรมของกันและกัน โดยเฉพาะวัฒนธรรม K-Pop และ K-Drama ซึ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวไทย รวมทั้งยังมีการเดินทางในระดับประชาชนระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันความร่วมมือเพื่ออำนวยความสะดวกและฟื้นฟูการท่องเที่ยวร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง ด้านเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ฯ ยินดีที่ได้ทราบว่า คนไทยส่วนใหญ่ชื่นชอบวัฒนธรรมเกาหลีผ่านการรับรู้จากคอนเทนต์ต่าง ๆ ขณะที่ไทยก็มี Soft power ที่โดดเด่นเช่นเดียวกัน โดยทางเกาหลีใต้ มีแนวทางที่จะจัดงานสัมมนาร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ของไทย เพื่อส่งเสริมและแลกเปลี่ยนด้านการพัฒนา Soft power ร่วมกัน ดังเช่นล่าสุดที่ทางศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ประจำประเทศไทย ได้จัดทำซีรีส์เว็บตูน (Webtoon) “ทหารผ่านศึกเกาหลี” ซึ่งเป็นเรื่องราวของทหารผ่านศึกไทยในสงครามเกาหลี โดยจะมีทั้งหมด 100 ตอน และผู้อ่านสามารถติดตามได้ฟรีผ่านช่องทางออนไลน์

Credit : ข่าวประชาสัมพันธ์กรมประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร : Read More