เกษตรกรตรัง ใช้เวลาว่างเลี้ยงด้วงสาคู จากจุดเริ่มต้นด้วยเงินลงทุนไม่ถึง 500 บาท ในการซื้อพ่อแม่พันธุ์ 50 คู่ เพื่อเลี้ยงขยายขายเป็นพ่อแม่พันธุ์ ผ่านไป 2 ปีขณะนี้ เรียนรู้พัฒนาต่อยอดจนเลี้ยงแบบครบวงจร ทั้งขายพ่อแม่พันธุ์ ด้วงสด ด้วงแช่แข็ง ชุดทดลองเลี้ยงส่งขายทั่วประเทศ ทำรายได้ครึ่งแสนต่อเดือน จนกลายเป็นอาชีพหลักทำงานอยู่กับบ้าน

เกษตรกรตรัง ใช้เวลาว่างเลี้ยงด้วงสาคู จากจุดเริ่มต้นด้วยเงินลงทุนไม่ถึง 500 บาท ในการซื้อพ่อแม่พันธุ์ 50 คู่ เพื่อเลี้ยงขยายขายเป็นพ่อแม่พันธุ์ ผ่านไป 2 ปีขณะนี้ เรียนรู้พัฒนาต่อยอดจนเลี้ยงแบบครบวงจร ทั้งขายพ่อแม่พันธุ์ ด้วงสด ด้วงแช่แข็ง ชุดทดลองเลี้ยงส่งขายทั่วประเทศ ทำรายได้ครึ่งแสนต่อเดือน จนกลายเป็นอาชีพหลักทำงานอยู่กับบ้าน

ที่บ้านเลขที่ 68 หมู่ 5 ตำบลปากแจ่ม อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง นางลัดดาวัลย์ ชะนะศรี อายุ 44 ปี ซึ่งประกอบอาชีพทำสวนยางพารา และทำการเกษตรแบบผสมผสานเป็นอาชีพหลัก ได้ใช้บริเวณหลังบ้านเป็นพื้นที่สำหรับการทำฟาร์มเลี้ยงด้วงสาคูแบบครบวงจร ทั้งนี้ พบว่าบริเวณหลังบ้านหนาแน่นไปด้วยกะละมัง และอุปกรณ์การเลี้ยง รวมทั้งเครื่องมือในบดปั่นอาหาร และมีการแบ่งห้องสำหรับการผลิตพ่อแม่พันธุ์ไว้เป็นการเฉพาะแยกออกไปอย่างมิดชิด

นางลัดดาวัลย์ เล่าว่า ตนเองประกอบอาชีพทำสวนยางพารา และทำการเกษตรสวนผลไม้แบบผสมผสาน ทำให้มีเวลาว่างจึงคิดว่าช่วงเวลาว่างทำอะไรได้บ้างที่สามารถมีรายได้เสริมและอยู่กับบ้านได้ จนเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา เห็นในเฟสของน้องคนหนึ่ง ซึ่งเลี้ยงด้วงสาคูจึงสนใจเลี้ยง เพราะสามารถใช้พื้นที่ในการเลี้ยงอยู่กับบ้านได้ จึงไปดูงานที่ฟาร์มเพื่อน จากนั้นจึงเริ่มต้นด้วยการซื้อพ่อแม่พันธุ์มาจำนวน 50 คู่ แบ่งเป็น 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์สายป่า คู่ละ 8 บาท และสายพันธุ์จัมโบ้ คู่ละ 10 บาท ด้วยเงินเริ่มต้นเพียงไม่ถึง 500 บาท จากนั้นนำมาแยกเลี้ยงในกะละมังแบ่งเป็น 5 คู่ ต่อ 1 กะละมัง ได้รวมจำนวน 10 กะละมัง โดยเลี้ยงเพื่อผลิตพ่อแม่พันธุ์ส่งขายเท่านั้น แต่ต่อมาจึงเรียนรู้และพัฒนาตัวเองเรื่อยๆ จากนั้นจึงต่อยอดมาทำเป็นด้วงสด และด้วงฟีชตัวกลม หรือด้วงแช่แข็งส่งขาย ควบคู่กับการขยายพ่อแม่พันธุ์ส่งขายไปทั่วประเทศรวมทั้งในกรุงเทพฯ และมีการจำหน่ายชุดทดลองเลี้ยงด้วย

ทั้งนี้ ในการเลี้ยงด้วงสาคูจะปล่อยพ่อแม่พันธุ์จำนวน 3 คู่ ต่อ 1 กะละมัง แต่หากเป็นเลี้ยงด้วยลูกด้วงจะต้องใช้ประมาณ 8 ขีดถึง 1 กก.ต่อ 1กะละมัง ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงการขุน ซึ่งเมื่อปล่อยพ่อแม่พันธุ์ 3 คู่ลงในกะละมังแล้ว ประมาณ 15 – 20 วัน จากนั้นก็จะจับพ่อแม่พันธุ์ออก จากนั้นก็เติมอาหารรอบที่ 2 แต่ต้องสังเกตุด้วงในกะละมังมีความดกหรือว่าหนาแน่นไปหรือไม่ ถ้ามากไปก็ต้องแยกออกเลี้ยงในกะละมังอื่น เพื่อให้มีพื้นที่ในการเจริญเติบโตของด้วง ทั้งนี้ จะต้องใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 40-45 วัน ก็สามารถจับขายได้ สำหรับสายพันธุ์ป่า ขนาดตัวจะเล็กเรียวกว่าสายพันธุ์จัมโบ้ ประมาณ 170 -180 ตัว/1กก. ถ้าสายพันธุ์จัมโบ้ขนาด 120 -130 ตัว/1กก. ราคาขายด้วงฟีชตัวกลม กก.ละ 180-250 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณการสั่งซื้อ ส่งขายทั่วประเทศขนส่งด้วยระบบความเย็น ส่วนด้วงสด ตลาดจะอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมดรวมทั้ง จ.ตรัง โดยเฉพาะในจังหวัดแหล่งท่องเที่ยว ที่สามารถส่งแบบวันเดียวถึง ราคาขายส่งกก.ละ 150-200 บาท ปลีก 200 บาท ส่ง 150 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณการสั่ง โดยขณะนี้มีด้วงเลี้ยงไว้ในกะละมังสำหรับการหมุนเวียนป้อนตลาดประมาณ 1,000 กะละมัง แต่ละเดือนขณะนี้ผลิตได้ประมาณ 500-1,000 กก.(1 ตัน) โดยผลิตไม่พอจำหน่าย ทั้งลูกค้าประจำ และลูกค้ารายย่อย โดยลูกค้าประจำบางรายสั่งซื้อรอบละ 200-300 กิโลกรัม ทำให้มีเท่าไรก็ไม่พอขาย ทำให้มีรายได้ประจำเดือนละประมาณ 50,000 บาท และส่วนหนึ่งจะต้องเก็บเอาไว้สำหรับการเลี้ยงขยายเป็นพ่อแม่พันธุ์ด้วย เพื่อส่งป้อนลูกค้าประจำรายเดือน และรองรับออเดอร์ใหม่ๆที่เข้ามาด้วย แต่ละเดือนมียอดสั่งเข้ามาหลายพันคู่ ผลิตไม่พอขายเช่นกัน

นางลัดดาวัลย์ กล่าวอีกว่า ส่วนในการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์นั้น ก็โดยการนำด้วงตัวแก่เต็มวัยอายุประมาณ 45-50 วัน แยกไปเลี้ยงไปห้องผลิตพ่อแม่พันธุ์ โดยการนำใยมะพร้าวที่ผ่านการแช่น้ำจนนิ่มแล้วมาใส่ไว้ในกะละมัง จากนั้นเอาด้วงแก่เต็มวัยดังกล่าวไปใส่ไว้ ฟักด้วยการม้วนตัวจนเป็นตัวดักแด้ และเวลาผ่านไปประมาณ 15-20 วัน ก็ออกมาเป็นตัวหวัง หรือตัวพ่อแม่พันธุ์ จากนั้นนำมาคัดแยกตัวผู้ตัวเมีย เพื่อจับคู่ให้กับมันนำไปใส่ในกะละมังเลี้ยงพอผ่านไปประมาณ 15 -20 วัน ก็จับพ่อแม่พันธุ์แยกออกจากจากกะละมัง แล้วเลี้ยงเป็นตัวด้วง ส่วนพ่อแม่พันธุ์ก็นำไปปล่อยเลี้ยงขยายพันธุ์กะละมังอื่นต่อไป โดย 1 กะละมังที่เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์นั้น จะต้องใส่ตัวแก่เต็มวัยลงไปประมาณ 100 ตัว เปอร์เซ็นต์รอดเป็นพ่อแม่พันธุ์ได้ประมาณ 90% เพื่อส่งป้อนลูกค้าประจำด้วย และรองรับตลาดพ่อแม่พันธุ์ที่จะต้องมีส่งเดือนละหลายพันคู่ โดยตลาดพ่อแม่พันธุ์ก็ส่งขายทั่วประเทศ ทั้งลูกค้าประจำ และลูกค้ารายย่อย ส่วนราคาขายพ่อแม่พันธุ์สายป่า ราคาคู่ละ 8 บาท แต่ถ้าเป็นพ่อแม่พันธุ์สายพันธุ์จัมโบ้ ขายคู่ละ 10 บาท

นอกจากนั้น ทางฟาร์มก็มีชุดทดลองเลี้ยงด้วย สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง ซึ่งในชุดทดลองเลี้ยง ประกอบด้วย พ่อแม่พันธุ์ 5 คู่ สาคู หัวอาหาร และกากมะพร้าวสับ ในราคาถ้าชุดเดียว 300 บาท แต่ถ้าสั่ง 4 ชุด คิดราคา 1,000 บาท ส่งฟรี ซึ่งให้ลูกค้าเลี้ยงจนได้ผลผลิตสามารถรับประทานได้ หรือจะต่อยอดผลิตเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อทางฟาร์มสามารถให้คำปรึกษาได้ ทำให้ทั้งด้วงสด ด้วงฟีชตัวกลม และพ่อแม่พันธุ์มีเท่าไรไม่พอขาย ขณะนี้จึงต้องขยายเครือข่ายหาคนเลี้ยงเพิ่ม เพื่อให้พอกับออเดอร์ที่มีเข้ามา จากเดิมทำเป็นอาชีพเสริมแต่ขณะนี้กลายเป็นอาชีพหลักครบวงจร

ผู้ที่สนใจติดต่อสั่งซื้อ หรือขอคำปรึกษาการเลี้ยงด้วงสาคูได้ที่ โทร 087- 4685684 หรือทางเฟสบุ๊คลัดดาวัลย์ เทศ ชนะศรี

ที่มา :https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220930114019580

Credit : ข่าวประชาสัมพันธ์กรมประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร : Read More