จังหวัดสมุทรปราการ จัดพิธีเวียนเทียนสักการะองค์พระสมุทรเจดีย์และถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระสมุทรเจดีย์ ณ บริเวณองค์พระสมุทรเจดีย์ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ โดยมีนายเจนเจตน์ เจนนาวิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายประทีป นทีทวีวัฒน์ ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวจังหวัดสมุทรปราการและใกล้เคียง ร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 12 องค์ ซึ่งบรรจุอยู่ภายในองค์พระสมุทรเจดีย์ รวมทั้งเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยจะจัดขึ้นในวันแรม 8 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี

พระสมุทรเจดีย์เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสมุทรปราการ ซึ่งปรากฏอยู่ในคำขวัญและตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ แต่เดิมพระสมุทรเจดีย์ตั้งอยู่บริเวณเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาพื้นดินรอบเกาะตื้นเขินกลายเป็นแผ่นดินผืนเดียวกับชายฝั่ง จนทำให้พระสมุทรเจดีย์เป็นพระเจดีย์ตั้งอยู่ริมน้ำอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

พระสมุทรเจดีย์ เริ่มก่อสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย แต่พระองค์สวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระยาศรีธรรมราชและพระยาพระคลังเป็นแม่กอง จัดสร้างพระเจดีย์ขึ้นกลางเกาะตามพระราชประสงค์ของพระราชบิดา แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2371

พระสมุทรเจดีย์องค์เดิมสร้างเป็นแบบย่อเหลี่ยมไม้สิบสอง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯทอดพระเนตรสภาพทั่วไปของพระสมุทรเจดีย์ ทรงมีพระราชประสงค์จะสถาปนาให้สูงขึ้นไปอีก เพื่อให้เรือของชาวต่างประเทศที่เข้ามาจะได้แลเห็นพระสมุทรเจดีย์ จึงโปรดฯให้ช่างไปถ่ายแบบพระเจดีย์ลอมฟางที่กรุงศรีอยุธยา แล้วโปรดฯให้กรมหมื่นราชสีหวิกรม เป็นนายช่างจัดการก่อสร้างพระเจดีย์แบบลอมฟางครอบองค์พระเจดีย์เดิมและได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 12 องค์ จากพระบรม มหาราชวัง แห่มาทางชลมารคบรรจุไว้ตามโบราณราชประเพณี ทรงมีพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการสมโภชเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ จนเป็นประเพณีสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ







เครดิตข่าวจากเว็บไซต์ สมุทรปราการ https://www2.samutprakan.go.th/