ผู้ตรวจการฯ ผนึกกำลัง กรมประชาสัมพันธ์ ม.สวนสุนันทา ปลุกคนรุ่นใหม่  รณรงค์ “ทางม้าลายปลอดภัย” ปลูกฝังจิตสำนึก หยุด ชะลอ จอด ก่อน ทางม้าลาย

ผู้ตรวจการฯ ผนึกกำลัง กรมประชาสัมพันธ์ ม.สวนสุนันทา ปลุกคนรุ่นใหม่ รณรงค์ “ทางม้าลายปลอดภัย” ปลูกฝังจิตสำนึก หยุด ชะลอ จอด ก่อน ทางม้าลาย

ผู้ตรวจการฯ ผนึกกำลัง กรมประชาสัมพันธ์ ม.สวนสุนันทา ปลุกคนรุ่นใหม่ 
รณรงค์ “ทางม้าลายปลอดภัย” ปลูกฝังจิตสำนึก หยุด ชะลอ จอด ก่อน ทางม้าลาย
……………….. 
           21 ต.ค.2565 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา //  สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมกับ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และเครือข่ายทางม้าลายปลอดภัย วินัยดี  จัดกิจกรรมทางม้าลายปลอดภัย วินัยดี “หยุด ก่อนทางม้าลาย”โดยมีนายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ผู้แทนกรมประชาสัมพันธ์ ผศ.ดร.เจตน์สฤษฎิ์  รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คณาจารย์ นักศึกษา และสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอีวีรับจ้างสาธารณะ เข้าร่วมและเน้นย้ำการสนับสนุนขับเคลื่อนให้เกิดทางม้าลายปลอดภัยในครั้งนี้ 
         นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า หลังจากที่ได้จัด Kick Off กิจกรรมรณรงค์ “ทางม้าลายปลอดภัย วินัยดี” ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) กรุงเทพมหานคร พบว่าหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายภาคีต่าง ๆ หลายภาคส่วนตื่นตัวเร่งรณรงค์การใช้รถใช้ถนนตรงทางม้าลาย เช่น เครือข่ายรถจักรยานยนต์ให้ความร่วมมืออย่างดีในการเป็นเครือข่ายหลักในการย้ำรณรงค์ หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย เครือข่ายตำบลสุขภาวะ สสส. เร่งรณรงค์ให้เกิดความปลอดภัยบริเวณทางข้ามทางม้าลาย ณ บริเวณ หน้าที่ทำการเทศบาล/อบต. หรือในเขตชุมขน โดยได้ทำป้ายแบนเนอร์ติดเพื่อประชาสัมพันธ์เตือนผู้ใช้รถใช้ถนนตามจุดเฝ้าระวังต่างๆ รวมถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้จัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่องทุกวันที่ 21 ของทุกเดือนทั่วประเทศ สำหรับภาคเอกชน ได้รับความร่วมมือจาก CP All โดย 7-eleven นำสื่อรณรงค์เผยแพร่ในสื่อต่างๆ ของร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ เป็นเวลา 2 เดือน ส่วนสถิติการเกิดอุบัติเหตุตรงทางม้าลายมีแนวโน้มลดน้อยลง 
        นายทรงศัก กล่าวต่อว่า ในวันนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรมประชาสัมพันธ์ จึงจัดกิจกรรมต่อเนื่อง โดยร่วมกับสถาบันการศึกษา นำร่องที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งเป็นการรณรงค์เชิงรุกในรั้วมหาวิทยาลัยครั้งแรก หวังมุ่งเป้ากลุ่มนิสิต นักศึกษา ในการเป็นอีกพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่สำคัญในการร่วมขับเคลื่อนรณรงค์การหยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย สร้างวินัยจราจรใหม่ให้เกิดขึ้นจนกลายเป็นแนวปฏิบัติสากลของสังคมไทย เชื่อว่าหากทุกคนร่วมมือร่วมใจกันขับเคลื่อนเรื่องวินัยจราจรและปฏิบัติตามแล้วคงใช้เวลาไม่นานอย่างแน่นอนที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และนอกจากกิจกรรมจุดนี้ ภาคีเครือข่ายอื่น ๆ นำโดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานคณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนนวุฒิสภา ร่วมกับ สสส ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ที่กระทรวงสาธารณสุขในวันเดียวกันอีกด้วย 
         นายทรงศัก กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาในมิติของกฎหมายว่า ขณะนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เตรียมส่งข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ ใน 2 ด้านหลัก คือ 1. ด้านบังคับใช้กฎหมาย และ 2. การแก้ไขกฎหมาย โดย ด้านการบังคับใช้กฎหมาย เสนอแนะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก ร่วมกันออกหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 141/1 เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปทราบถึงระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ ก่อนที่จะเริ่มใช้บังคับในวันที่ 9 มกราคม 2566 อีกทั้งกำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจับกุมผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจร พ.ศ. 2522 และด ำเนินคดีกับผู้กระท ำความผิดโดยเคร่งครัด และจัดทำโครงการอาสาสมัครจราจร เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบผู้กระทำผิดกฎหมายจราจร 
     สำหรับด้านการแก้ไขกฎหมาย  เสนอแนะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการแก้ไขกฎหมายในประเด็น ดังนี้
     1) กำหนดโทษสำหรับผู้ขับรถที่ไม่หยุดรถให้คนข้ำมถนนบริเวณทางม้าลายไว้เป็นการเฉพาะและกำหนดโทษให้สูงขึ้น กรณีขับรถชนคนข้ามถนนบนทางม้าลาย
     2) กำหนดให้ศำลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่กับบุคคลที่ขับรถชนคนเดินข้ามถนนบนทำงม้าลายไว้เป็นการเฉพาะ
     3) กำหนดอัตราโทษที่แตกต่างกันตามความเร็วที่เกินจา4กอัตราที่กฎหมายกำหนด และตามสถานที่ที่ขับรถเร็วเกินกำหนด 
     4) ออกประกาศข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการจราจร กำหนดความเร็วในเขตชุมชนต่างๆ 

 #หยุดชะลอจอดก่อน ทางม้าลาย

Credit : ข่าวประชาสัมพันธ์กรมประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร : Read More