ฝ่ายปกครองร่วมบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ ตรวจสอบผู้ค้า ผู้เสพ ตามนโยบายประกาศสงครามยาเสพติดโดยการ Re X-Ray ของ มท. เพื่อสังคมที่สงบสุข ปลอดยาเสพติด

ฝ่ายปกครองร่วมบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ ตรวจสอบผู้ค้า ผู้เสพ ตามนโยบายประกาศสงครามยาเสพติดโดยการ Re X-Ray ของ มท. เพื่อสังคมที่สงบสุข ปลอดยาเสพติด

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การดำเนินการประกาศสงครามกับยาเสพติด โดยการ Re X-Ray จะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง และเข้มงวดกับทุกพื้นที่ โดยการบูรณาการร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครองและหน่วยงานทุกภาคส่วน ต้องเฝ้าระวัง และค้นหาผู้ค้า ผู้เสพเพิ่มเติม ควบคู่กับการปราบปราม การบำบัด ซึ่งต้องตั้งใจทำให้เต็มที่ และในท้ายที่สุด จะต้องสื่อสารกับสังคมด้วย เพื่อให้ประชาชนทราบถึงพิษภัยของยาเสพติด นั่นคือการรณรงค์ป้องกัน เพิ่มดีกรีความเข้มข้นในวงกว้าง รวมถึงในสถาบันการศึกษา โรงงาน สถานประกอบการ ในทุกชุมชน ตำบล หมู่บ้าน อำเภอ จังหวัด ซึ่งทุกจังหวัดได้ดำเนินการตามนโยบายอย่างต่อเนื่อง วันนี้มีตัวอย่างผลการดำเนินงานมาเปิดเผยเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้

1. จังหวัดสิงห์บุรี ภายใต้การอำนวยการของนายสุพจน์ ยศสิงห์คำ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี มอบหมายให้ นายดอน จิตรวงษ์ ป้องกันจังหวัดสิงห์บุรี นายอภิรักษ์ ไชยมังกร ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสิงห์บุรี นายณัฐวัตร มีสมสืบ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส. (ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสิงห์บุรี) สังกัด กองร้อย บก.บร. บก.อส.จ.สิงห์บุรี และกองร้อย อส.อ.เมืองสิงห์บุรี ที่ 1 ร่วมบูรณาการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สิงห์บุรี ลงพื้นที่ดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้ค้า/ผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ อ.เมืองสิงห์บุรี ได้จับกุมนายเบิร์ด อายุ 42 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 300 เม็ด โดยได้ขยายผลจับกุมในพื้นที่ อ.พรหมบุรี ทำให้สามารถจับกุมนายอ๊อด อายุ 40 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 1,300 เม็ด ไอซ์ จำนวน 19.20 กรัม และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง ในข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่ระจายในกลุ่มประชาชน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จึงได้บันทึกข้อกล่าวหา และควบคุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสิงห์บุรี และ สภ.พรหมบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

2. จังหวัดอุบลราชธานี โดยนายกองตรีอุบล พีระพรปัญญา นายอำเภอนาตาล ได้สั่งการให้ นายหมวดเอกอาทิตย์ ภูละคร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคงอำเภอนาตาล นำกำลังสมาชิก อส.กองร้อย อส.อ.นาตาลที่ 23 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาตาล ตชด.227 ร่วมกันตรวจค้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย ในพื้นที่อำเภอนาตาล ตามแผน “ยุทธการจังหวัดอุบลราชธานีปลอดยาเสพติด” สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 1 ราย พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 15 เม็ด ธนบัตรฉบับ 500 จำนวน 1 ฉบับ และธนบัตรฉบับ 100 จำนวน 2 ฉบับ ที่ใช้ในการล่อซื้อ พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต” จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาตาล จ.อุบลฯ เพื่อดำเนินการคดีตามกฎหมายต่อไป

3. จังหวัดอุดรธานี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองอุดรธานี พบรถเก๋งสีบรอนซ์ทอง เป็นรถต้องสงสัยคาดว่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมายขับมุ่งออกจากตัวเมืองอุดรธานี เกิดหม้อน้ำแตก จอดเสียข้างทางติดกับโรงงานไทยฮั้วยางพารา ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ตร.สายตรวจจึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้น คนขับชักปืนจ่อจะยิงเจ้าหน้าที่ แต่ลูกกระสุนปืนด้าน เมื่อเห็นท่าไม่ดีคนร้ายเป็นผู้หญิง 1 คน และผู้ชาย 1 คนได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าข้างโรงงานยางพาราฯ ทันที ตำรวจไล่ติดตามผู้หญิงได้ ทราบชื่อเล่นว่า “น้อย” อายุประมาณ 30 ปี ส่วนผู้ชายชื่อ นายมอส ชาว อ.ศรีธาตุ ฉายา “มอสนายูง” ได้หลบหนีเข้าป่าไปได้ ตำรวจจึงเข้าตรวจค้นภายในรถ พบยาบ้าห่อเป็นมัด ๆ รวม 8 ห่อใหญ่ รวมแล้ว 240,000 เม็ด พร้อมรายชื่อผู้รับ นอกจากนี้ ยังพบโทรศัพท์อีก 3 เครื่อง กล่องใส่อาวุธปืนและลูกกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาหญิงไปดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลการจับกุมต่อไป

4. จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้อำนวยการของ​ นายณัชฐเดช มุลาลี นอภ.สันป่าตอง/ผอ.ศป.ปส.อ.สันป่าตอง สั่งการให้​ นายเอกชัย แสนใจ ปลัดฝ่ายความมั่นคง และสมาชิก​ อส.อ.สันป่าตอง ที่ 13 บูรณาการร่วมกับ​ เจ้าหน้าที่ตำรวจ​ สภ.สันป่าตอง เจ้าหน้าที่ สสอ.สันป่าตอง เจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านมะขามหลวง กำนัน​ ผู้ใหญ่บ้านฯ​ ต.มะขามหลวง ดำเนินการ Re X-Ray ค้นหาผู้ใช้ ผู้เสพ และผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่ ต.มะขามหลวง จำนวน 14 ราย โดยผลการตรวจปัสสาวะ พบว่าผลเป็นบวก 5 ราย และนายศิวะ ธมิกานนท์ นายอำเภอสันทราย/ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอสันทราย มอบหมายให้ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง สมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอสันทราย ที่ 15 กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ​ ตำบลป่าไผ่ บูรณาการร่วมกับ​ สถานีตำรวจภูธรแม่โจ้​ และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ดำเนินการสุ่มตรวจปัสสาวะกลุ่มผู้เสี่ยงใช้สารเสพติดในพื้นที่ตำบลป่าไผ่ จำนวน 17 ราย ตรวจพบผู้เสพยาเสพติด จำนวน 5 ราย จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่โจ้ ทั้งนีั ผู้เสพทั้ง 10 ราย จากสองอำเภอยินยอมเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา​ตามขั้นตอน​ด้วยความสมัครใจ

5. จังหวัดหนองคาย โดยนายถาวร สังขะมาน นายอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย นายนิโรจน์ ศรีสมบัติ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง มอบหมายปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง /สมาชิก อส. ตำรวจ สภ. เซิม จนท.รพสต.เซิม ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลเซิม ประกอบด้วย ผู้บริหาร สมาชิกสภา อบต. ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง รวม จำนวน 81 คน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลเซิม จำนวน 39 คน ตามนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ด้านการป้องกันผู้เสพยาเสพติด (นโยบายกวาดบ้าน) ของ จังหวัดหนองคาย (ศอ.ปส.จ.นค.) ตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนใช้สารเสพติด จำนวน 4 คน และไม่พบสารเสพติด จำนวน 116 คน ทั้งนี้ ผู้เสพยาเสพติดยินยอมเข้าสู่กระบวนการบำบัดและแจ้งต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยต่อไป

6. จังหวัดภูเก็ต โดย นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอกะทู้ พร้อมปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงพร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอกะทู้ ที่ 2 บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ภ.ป่าตอง สุ่มตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายกับพนักงานสถานบริการโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ตามนโยบายประกาศสงครามยาเสพติดโดยการ Re X-Ray กับผู้ประกอบอาชีพทุกอาชีพที่มีลักษณะกลุ่มเสี่ยงต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาลอย่างเคร่งครัด ได้เข้าสุ่มตรวจกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 3 ร้าน คือ ร้านเรทฮ็อท ร้านนิวยอร์ค และร้านเดอะสตาร์ มีพนักงานเข้ารับการตรวจจำนวน 85 ราย แยกเป็นชาย จำนวน 35 ราย เป็นหญิง 50 ราย ไม่พบบุคคลที่มีผลการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นเป็นผลบวก

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ เน้นย้ำตอนท้ายว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ต้องลด Demand และ Supply ด้านยาเสพติด ต่อเนื่อง ตลอดเวลา จนกว่าคนในสังคมจะเลิกใช้สารเสพติดในชีวิตประจำวัน หากทำได้อย่างนี้ สังคมไทยก็จะมีความสุข ขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการช่วยกัน ในท้ายที่สุด ขอให้ นำโมเดลสถานการบำบัดรักษา และฟื้นฟูสภาพทางสังคม ของวัดถ้ำกระบอก อำเภอพระพุทธบาท ไปประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบ และหลักสูตรในการบำบัด ผู้ป่วยยาเสพติดควบคู่กับการให้กำลังใจ ในขณะเดียวกันให้พิจารณายกระดับสถานบำบัดฯ ของวัดถ้ำกระบอกให้เป็นศูนย์บำบัดระดับประเทศ จากผลการดำเนินการทั้งหลายทั้งปวง จะช่วยพิสูจน์ตัวเองว่า ข้าราชการ และบุคลากรของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงภาคีเครือข่าย มีคุณค่าและมีความตั้งใจในการเป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากสิ่งที่เราทำ คือ การสนองพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราโชบายที่ชัดเจนว่าต้องช่วยกันทำให้ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ในการนี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และภาคีเครือข่ายรวมถึงพี่น้องประชาชนทุกคน จะต้องมีส่วนร่วมช่วยกันเฝ้าระวังการกระทำความผิดทุกรูปแบบ ป้องกันแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในทุกพื้นที่ โดยให้ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ รวมถึงภาคีเครือข่าย ช่วยประชาสัมพันธ์ช่องทางการเเจ้งเบาะเเส หรือการร้องเรียนที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบเห็นการกระทำความความผิด หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมอาจก่อให้เกิดภัยแก่สังคมให้รีบเเจ้งทันที เพื่อจะได้ดำเนินการตามข้อร้องเรียนอย่างเร่งด่วนต่อไป

ที่มา : 

 

Credit : ข่าวประชาสัมพันธ์กรมประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร : Read More