ค้นหาในบอร์ด :

เว็บบอร์ดพระเครื่องสยามมงคล

หาพระเครื่อง วัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง ได้ที่ เว็บไซต์ : www.siammongkol.com

หมวดหมู่/ประเภทพระเครื่อง วัตถุมงคล และเครื่องรางของขลังของเราทั้งหมด

  หมวด/ประเภท-พระกรุ  หมวด/ประเภท-พระสมเด็จ  หมวด/ประเภท-พระเนื้อดิน/ผง/ว่าน
  หมวด/ประเภท-พระขุนแผน  หมวด/ประเภท-พระปิดตา  หมวด/ประเภท-พระเหรียญ
  หมวด/ประเภท-พระกริ่ง-รูปหล่อ-รูปเหมือน  หมวด/ประเภท-พระบูชา  หมวด/ประเภท-เครื่องรางของขลัง
  หมวด/ประเภท-หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม  หมวด/ประเภท-หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด
  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อเกษม เขมโก
  หมวด/ประเภท-พระชุดพิเศษ  หมวด/ประเภท-ท้าวจตุคามรามเทพ  หมวด/ประเภท-พระเก่าพระดี(ที่แนะนำ)
  หมวด/ประเภท-เหรียญเก่าเหรียญดี(ที่แนะนำ)  หมวด/ประเภท-เครื่องประดับ ของสะสม  หมวด/ประเภท-หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี
  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม  หมวด/ประเภท-หลวงปู่ครูบาแก้ว กมฺมสุทโธ  หมวด/ประเภท-หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค
  หมวด/ประเภท-หลวงปู่ชื่น วัดตาอี จ.บุรีรัมย์  หมวด/ประเภท-หลวงปู่ศวัส ศิริมงฺคโล  หมวด/ประเภท-เครื่องรางมหาเสน่ห์
  หมวด/ประเภท-ตะกรุดดีๆที่แนะนำ  หมวด/ประเภท-ล็อคเก็ต รูปถ่าย ผ้ายันต์  หมวด/ประเภท-กุมารทอง
  หมวด/ประเภท-โบชัวร์ แคทตาล็อกวัตถุมงคล  หมวด/ประเภท-พระสายกรรมฐาน  หมวด/ประเภท-พระรัชกาล เหรียญที่ระลึก
  หมวด/ประเภท-วัตถุมงคลเสริมดวงชะตา  หมวด/ประเภท-ฤาษี พ่อแก่ ปู่แก่  หมวด/ประเภท-เครื่องรางเสริมดวงค้าขาย ร่ำรวย
  หมวด/ประเภท-องค์เทพ พรหม เทวบูชา  หมวด/ประเภท-ครูบาเดช กิตติญาโณ จ.ลำปาง  หมวด/ประเภท-แร่เหล็กไหล - ธาตุกายสิทธิ์
  หมวด/ประเภท-วัตถุมงคลที่แนะนำให้บูชา  หมวด/ประเภท-เครื่องรางจีน  หมวด/ประเภท-อาจารย์สมราชฐ์
  หมวด/ประเภท-วัตถุมงคลหินพระธาตุเขาสามร้อยยอด  หมวด/ประเภท-อาจารย์สรายุทธ สำนักติคณาโณ  หมวด/ประเภท-อาจารย์นุ สยามมงคล
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พระธรรมเทศนาเรื่อง ชาติปิทุกขา พระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก จ.เชียงใหม่  (อ่าน 703 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
admin
พระเครื่องออนไลน์สยามมงคล
Administrator
Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,215


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 26 ตุลาคม 2016, 10:23:07 AM »

..ธรรมะสวัสดีเช้านี้..
..ชาติปิทุกขา (1)
..พวกเราเป็นผู้เลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา เคารพในพระพุทธเจ้า เพราะพระองค์นั้นตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง ได้พบได้เห็นสัจธรรม คือของจริงที่ตั้งอยู่ในโลก นั่นก็คือความโลภความโกรธความหลง พวกเราไม่เข้าใจในสัจธรรม จึงพากันหลงงมงายไม่เข้าใจในโลก จึงทำให้ตนเองนี้ติดอยู่ในกรงขัง พวกเราอุบาสกอุบาสิกาก็เหมือนกัน ที่อยู่ในโลกนี้ก็เหมือนอยู่กับติดอยู่ในกรงขัง ใครล่ะที่ขังเรา ก็พวกเรานี่แหละขังตนเอง ทำให้ตนเองนี้เป็นทุกข์ เวียนว่ายตายเกิดติดอยู่ในวัฏสงสาร ก็เพราะตัวของพวกเรานี่เอง ไม่ใช่โลกมาขังพวกเรา เราขังตนเองไว้ในโลก
.. เหตุฉะนั้นตัวนี้จึงเป็นตัวที่สำคัญ เรียกว่าสมุทัย เป็นกิเลสตัณหา หามาผูกมัดรัดรึงตรึงตราตัวเอง หามาขังตนเองเอาไว้ ความอยากความดิ้นรน ดิ้นรนมากเท่าไหร่ มีความต้องการมากเท่าไหร่ ความทุกข์ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ถ้าเรามีความต้องการน้อย ความทุกข์ก็ย่อมน้อยลงไป ทำอย่างไรพวกเรานั้นจึงจะสามารถตัดความอยาก คือกระแสของกิเลสซึ่งเป็นเหมือนแม่น้ำสมุทรสาคร อันใหญ่หลวงกว้างใหญ่ไพศาลออกไปได้ พวกเราเวียนว่ายตายเกิด ก็เหมือนพวกเราล่องลอยอยู่ในแม่น้ำ มองไม่เห็นฝั่งที่จะขึ้นไป การที่พวกเรามองไม่เห็นฝั่งนี้เอง คือความมืดมนอนธการไม่มีสติปัญญา การประพฤติปฏิบัติของพวกเรา ยังไม่เป็นไปในทางที่ถูกหนทาง
.. แต่อย่างไรนั้นก็ดีพวกเราก็ยังพอลืมตาได้มาพบพระพุทธศาสนา ได้มาศึกษาคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือว่าพวกเรากำลังเดินทาง เพื่อไปหาจุดหมายปลายทาง แห่งความสงบสุข การเดินในภาษาอินเดียเรียกว่าจะระณะ พระพุทธองค์ได้ทรงเดินในหนทางที่ถูกต้องมาแล้ว จึงเรียกว่า วิชชาจะระณะสัมปันโน คือวิชาความรู้ที่พวกเราฝึกหัดอยู่ เรียกว่ากำลังเดิน เดินอยู่บนพื้นโลกอันเป็นพื้นฐานที่แน่นหนาของทางเดิน ไม่หวั่นไหว การที่เราจะทำสมาธิให้จิตใจของพวกเรานั้นสงบไม่หวั่นไหว ก็เรียกว่าพวกเรากำลังเดินเข้าไปสู่ความสงบในการปฏิบัติอยู่ เรียกว่าจะระณะ สัมปันโนไปในทางที่ชอบ
.. การที่เราจะเดินทางไปในทางที่ชอบก็ต้องมีวิชาปัญญาเฉลียวฉลาดแหลมคม เหตุฉะนั้นตัวสติปัญญาจึงเป็นตัวที่สำคัญ แม้ว่าพวกเรากำลังเดินทางอยู่ก็คือพวกเราปฏิบัติอยู่ แต่พวกเราก็จะขาดสติปัญญา เมื่อเราขาดสติปัญญาเราก็ต้องงมอยู่ในที่มืด ในสังสารวัฏสังสาระวน เวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้ มาขังตนเองให้อยู่ในทุกข์อย่างนี้
.. เหตุฉะนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงตัดสินใจ คิดว่าถ้ามีความร้อนความเย็นก็ต้องมี ถ้ามีความทุกข์ความสุขก็ต้องมี ถ้ามีของไม่ดีของดีก็ต้องมี ถ้ามีของที่เกิดแก่เจ็บตาย ก็ต้องมีของที่ไม่เกิดไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตาย อันนี้จึงเป็นสิ่งที่พระองค์สนพระทัย มีความตั้งจิตตั้งใจมั่นคงเหมือนแผ่นดิน พระองค์จึงสร้างการปฏิบัติ ให้เป็นผู้มีศีลเหมือนพื้นแผ่นดิน พระองค์จึงสร้างสมอบรมจิตใจให้สงบเป็นสมาธิ พระองค์จึงสร้างปัญญาให้เป็นแสงสว่างเกิดขึ้น ดังภาษิตที่ว่า นัตถิปัญญาสมาอาภา แสงสว่างเสมอด้วยปัญญานั้นไม่มี
..ถ้าเราเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับพวกเราพวกเรานั้นอยู่ในที่มืด ก็จะแสวงหาคบเพลิงประทีปโคมไฟ ที่ทำให้มันเกิดแสงสว่างเกิดขึ้น เพื่อกำจัดความมืด พวกเราจึงพากันปฏิบัติอย่างนี้ แสวงหาความสว่างไสว แสวงหาความสุขจิตสุขใจ เป็นผู้เลื่อมใสในพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ เราจึงต้องมาศึกษาเรื่องนี้..

หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
admin
พระเครื่องออนไลน์สยามมงคล
Administrator
Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,215


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 27 ตุลาคม 2016, 12:44:09 PM »

..แม้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพานไปนานแล้วก็ตาม ครูบาอาจารย์ทั้งหลายท่านก็ได้สร้างพระรูปพระพุทธเจ้า เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มากราบไหว้บูชา เพื่อน้อมลึกระลึกนึกถึงเป็นอดีตารมณ์
.. พระองค์ได้มาโปรด ก็เหมือนพระองค์นั้นได้มาจุดประทีปโคมไฟไว้ในที่มืด ให้สว่างไสว เรียกบุคคลที่อยู่ในที่มืดขาดสติปัญญา ไม่รู้จักทางถูกทางผิด ให้มาดูของจริงก็คือสัจธรรม คือทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค มาดูของจริงคือการเกิดแก่เจ็บตายของสัตว์โลก เป็นของจริงประจำโลก พวกที่อยู่ในที่มืดบอดนั้นเห็นเป็นสิ่งสวยสดงดงาม ผู้ที่มีสติปัญญานั้น มองโลกนี้เหมือนละคร เหมือนที่เขาหลงในละครต่างๆผูกมัดรัดตรึงไม่ให้เขาไปไหน เหมือนพวกเราที่เกิดขึ้นมาในโลก ก็ติดยึดในเราๆเขาๆกัน พวกเรานี้ไม่มีสติปัญญาพวกเราก็เลยหลงโลก ว่ามันวิจิตรพิสดารเหลือเกิน สวยสดงดงามไปหมด ตรงนี้แหละโลกเลยผูกพวกเรา ขังพวกเราไว้ตรงนี้แหละ
.. เราก็เลยติดอยู่ในกองไฟ เผาไหม้พวกเราทั้งวันทั้งคืน ก็คือราคะ ไฟแผดเผาดวงใจของพวกเรา คือโทสะความโกรธความเกลียด เคียดแค้น ความไม่พอใจ เผาไหม้จิตใจของพวกเรา ก็คือโมหะเป็นไฟ เผาไหม้จิตใจของพวกเรา เพราะพวกเราหลงเราก็ต้องทุกข์ถูกไฟไหม้ เมื่อเราถูกขังอยู่ในกรงอย่างนี้ เราจะหาทางออกอย่างไร
.. พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าจึงเปรียบเสมือนดวงประทีป เราจึงได้จุดธูปเทียนบูชา พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เปรียบเหมือนแสงสว่าง ถ้าบุคคลใดน้อมเข้าไปประพฤติปฏิบัติ ฝึกหัดดัดแปลงตนเอง เพื่อให้รู้จักทางที่ดีทางถูกทางผิด รู้จักทางที่จะนำความสุขให้เกิดให้มีขึ้น รู้จักละในทางที่ผิดมาปฏิบัติตนในทางที่ถูก อันนี้ก็คือที่พวกเรากำลังศึกษากันอยู่ปฏิบัติกันอยู่ เพื่ออยากให้รู้เรื่องอย่างนี้เอง ธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงมาชี้แจง มาแสดง มาเปิดเผย เพื่อให้คนได้ศึกษา ในพระทัยของพระองค์นั้นเป็นพระมหากรุณาแก่สัตว์โลกทั้งหลาย จึงเรียกให้มาดู มาเห็นของจริง มาศึกษาของจริง ที่ตนเองนั้นกำลังหลงอยู่ติดอยู่
.. มันไม่สายอะไรเกินไป เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ทรงตรัสไว้นั้น มีอยู่ทั่วไปหมด ชาติเกิดเป็นทุกข์ เราเกิดมาก็เป็นทุกข์อยู่แล้ว ชราความเฒ่าแก่คร่ำคร่า ควรที่จะน้อมเข้ามาสู่ตน เราเห็นคนเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆ ก็ต้องน้อมเข้ามาสู่ตน ความตายที่คนเราตายอยู่ทุกวันนี้ เราก็ควรน้อมเข้ามาสู่ตน ว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงไหม ความเกิดความแก่ความเจ็บความตาย มีอยู่จริงไหม ..
..พระองค์จึงเรียกให้พวกเรานั้น มาดูมาศึกษา เพื่อจะให้รู้ว่าในชีวิตจริงของคนเรานั้น ที่เกิดมาแล้ว ที่สุดมันอยู่ตรงไหน เพราะทุกอย่างมันต้องมีเหตุจึงจะมีผล ถ้าเราไม่มีความตั้งใจศึกษาเรื่องอย่างนี้ เราจะเห็นเหตุเห็นผลได้อย่างไร พระองค์จึงตรัสสอนให้รู้จักเหตุรู้จักผล ถ้าคนเราไม่ตั้งใจปฏิบัติ ไม่ตั้งใจเดินทาง ไม่ก้าวขาออกไป เราจะไปถึงจุดหมายปลายทางได้ไหม..

หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

visitor online 19  Online   www.siammongkol.com : website uptime สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ สำหรับเว็บไซต์ : www.siammongkol.com


Siam Mongkol Forums(SMF) © 2017
Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder | Thai language by ThaiSMF
| SMFThaiweb.com | สยามมงคลอมูเล็ท | Sitemap
ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ได้ที่ : siammongkol@gmail.com
w3c-css validation of : http://www.siammongkol.com/smf/  W3C-html Validtion for : http://www.siammongkol.com/smf/  [Valid RSS]