ติดตามผ่านช่อง : Siammongkol Youtube Channel

รามเกียรติ์

รามเกียรติ์ ตอนที่ 11 พาลี สุครีพ ชะลอเขาพระสุเมรุุ

หลังจากรามสูร ต่อสู้กับอรชุนเทพบุตร และเป็นฝ่ายชนะ โดยจับเท้าของอรชุน ฟาดเข้ากับเขาพระสุเมรุ จนตาย ทำให้เขาพระสุเมรุ ทรุดเอียงลงไปไม่ตั้งตรงเหมือนเดิม พระอิศวร จึงมีบัญชาให้เหล่าเทวดา ฤาษี ครุฑ และเหล่าพญานาค มาช่วยกันฉุดชะลอให้เขาพระสุเมรุตั้งตรงให้ได้ดังเดิม

ในการนี้ พระอิศวรมีรับสั่งให้สองพญาวานรทั้งสอง คือพญา กากาศ หรือพาลี และพญาสุครีพ มาช่วยฉุดเขาพระสุเมร กับเหล่าเทวดาด้วย โดยมีแผนการว่า จะใช้พญานาคพันเขาพระสุเมรุไว้ แล้วให้เหล่าเทวดา พญาครุฑและผู้มีฤทธิ์กำลังทั้งหลาย ช่วยกันฉุดลากพญานาคเพื่อดึงให้เขาพระสุเมรุตั้งตรงให้ได้ พอถึงเวลา ทุกคนก็เข้าช่วยกันพยายามฉุดรั้งดึงพญานาคที่ผูกไว้กับภูเขา แต่กลับไม่มีท่าทีว่าเขาพระสุเมรุนั้นจะเคลื่อนกลับคืนมาแม้แต่น้อย ฉุดกระชากลากถูกันไปพักใหญ่ ทุกคนก็เริ่มล้าอ่อนแรงลงไป แต่เขาพระสุเมรุก็ยังไม่ขยับเขยื้อน

สุครีพ พญาวานร ก็วางแผน ให้เหล่า เทวดา ครุฑ คนธรรพ์ นาค ฤาษี ผู้มีฤทธิ์ช่วยกันออกแรงดึงพญานาคที่พันเขาพระสุเมรุอีกครั้ง ขณะที่ทุกคนต่างช่วยกันดึงจนสุดแรงนั้น พญานาคก็ถูกดึงจนยืดออกเต็มที่ สุครีพก็ตรงเข้าไปใช้นิ้วชี้ จี้เข้าตรงสะดือของ พญานาค พญานาคสะดุ้ง ทำให้เกิดแรงดึงอย่างรุนแรงทำให้เขาพระสุเมรุ ขยับเคลื่อนขึ้นมา ฝ่ายกากาศ หรือพาลี ลูกพระอินทร์เห็นเขาพระสุเมรุขยับ ด้วยไหวพริบของสุครีพ น้องชาย จึงเนรมิตกายใหญ่แล้วใช้ไหล่เข้าดันเขาพระสุเมรไว้ จนทำให้เขาพระสุเมรุตั้งตรงขึ้นมาดังเดิม

เมื่อชะลอเขาพระสุเมรุได้ จนตั้งตรงดังเดิมแล้ว เหล่าเทวดาต่างก็กลับมาเข้าเฝ้าพระอิศวร แล้วต่างก็ลากลับยังวิมานของตน พญากากาศ พาลี ก็ขึ้นเขาไกรลาด ไปเข้าเฝ้าพระอิศวร เมื่อพระอิศวรเห็นกากาศขึ้นมาเฝ้า ก็กล่าวยกย่องสรรเสริญ ถึงคุณความดีที่กากาศและสุครีพ เป็นผู้ที่มีส่วนหลักในการ ช่วยชะลอให้เขาพระสุเมรุกลับมาตั้งตรงได้ดังเดิม จึงเปลี่ยนชื่อให้กากาศใหม่ว่า “พาลีธิราช” อันเป็นที่มาของชื่อ “พญาพาลี” พร้อมทั้งมอบอาวุธตรีเพชร ให้เป็นอาวุธประจำตัว พร้อมมอบพรวิเศษว่า คราใดที่พาลีออกรบ ขอให้พละกำลังของศัตรูคู่ต่อสู้ลดลงกึ่งหนึ่ง แล้วขอให้แรงของศัตรูนั้นกลับมาเพิ่มให้พาลีอีกครึ่งนึงแทน จากนั้นจึงนำเอาผอบแก้วภายในบรรจุ “นางดารา” สาวสวรรค์ ฝากไปเป็นรางวัลความดีความชอบตอบแทนแก่สุครีพด้วย

เมื่อพระนารายณ์ เห็นพระอิศวร ฝากผอบนางดาราไปกับ พาลีแบบนั้น ดูไม่เหมาะจึงได้กล่าวทัดทานออกไป ว่าการที่ท่านจะฝากนางดาราไปกับพาลี ก็เหมือนผึ้งภุมรากับดอกไม้หอม ตามนิสัยแมลงภู่ผึ้งอยู่ใกล้ดอกไม้ กลิ่นอบอวล ย่อมเคล้าคลึงลิ้มชิมรสของดอกไม้เป็นธรรมดา ไม่ผิดจากกาเหว่าฝากไข่ในรังแม่กา สุดท้ายแล้วสุครีพ จะไม่ได้นางดาราเป็นเทวี

เมื่อพาลีได้ฟังคำพระนารายณ์ดังนั้นจึงทูลตอบพระอิศวรไปว่า หากพระองค์ทั้งสองจะยังไม่ไว้ใจในตัวข้า ข้าก็จะขอให้สัตย์สาบานไว้ว่า หากต้องยักยอกเอานางดาราไว้เป็นชายาตน มิได้ร่วมห้องเคียงคู่สู่สมกับสุครีพผู้เป็นน้อง ขอให้ตนต้องตายด้วย ศรของพระนารายณ์ เมื่อพระอิศวรได้ฟังคำสาบานแล้วก็ยินดีฝากนางดาราไปกับพญาพาลี แล้วบ่ายหน้าเหาะกลับไปยังนครขีดขิน

เมื่อกลับมาถึงนครขีดขิน แทนที่พาลีจะนำผอบนางดาราไปมอบให้กับสุครีพน้องชาย กลับนำผอบนั้นเข้าไปยังเตียงนอนของตนเอง แล้วก็เปิดผอบให้นางดารานั้นออกมา เมื่อเปิดมาไม่เห็นสุครีพ แต่กลายเป็นพาลีลูกพระอินทร์ผิวกายเขียวผ่องดุจแสงมรกต เช่นนั้น นางก็ผินหน้า หลบไปไม่ยอมพูดจาด้วย

พาลีเห็นนางดารามีรูปโฉมงดงาม จึงมีจิตคิดเสน่หา จึงคิดที่จะเกี้ยวนางดาราเป็นภรรยา และ่พร่ำพรรณนาว่าจะรักดูแลนางดาราผู้นี้เป็นอย่างดี จะแต่งตั้งให้เป็นมเหสีเอกเป็นใหญ่เหนือเหล่าสนมทั้งปวง ว่าพลางก็ขยับตัวเข้าไปใกล้ โอบมือลูบไล้ต้องกายนางดารา เมื่อชายเข้ามาประชิดตัว ด้วยกลัวผิดทำชั่วน่าละอาย ได้ปัดป้องแล้วร้องตอบพาลีออกไป ว่าเรานี้พระอิศวร มอบมาให้เพื่อตอบแทนความดีความชอบของสุครีพ ท่านไม่ควรขัดบรรชาผิดสัตย์ต่อคำสาบานที่ให้ไว้กับพระนารายณ์อีกด้วย อย่ามัวแต่มาหลงไหลแต่เพียงตัวข้าเลย สนมสาวอัปสรของท่านก็มีให้สำเริงสำราญอยู่ก็มีถมไป

ได้ฟังวาจานางดาราดังนั้น พาลีจึงได้ตอบไปว่า อย่าคิดอันใดให้มากนักเลยเรื่องเจ้าจักต้องมาเป็นชายาแก่ พญาสุครีพน้องพี่ เพราะเหตุพระศุลีเจาะจงประทานเจ้าฝากกับพี่มานี้ก็เป็นเรื่องมิควรทำ เพราะตัวพี่เองก็มีความดีความชอบเหมือนกัน ควรได้รับบำเหน็จรางวัลด้วย ก็น่าจะมอบเจ้ามาให้พี่ด้วย อย่าได้เคลือบแคลงสงสัยอันใดเลย ว่าพลางก้เอื้อมมือคว้าเอวนางดารามาประชิด และคร่ำครวญขอความเห็นอกเห็นใจ และใช้่มือลูบไล้นางดาราเป็นพัลวัล นางดาราก็ตัดพ้อ ต่อว่าปัดป้อง

ว่าแล้วพาลีก็เข้าอิงแอบ แนบเนื้อ แลโลม เชยชม มณฑาทอง ของน้อง ทั้งซ้ายขวา กอดจูบลูบแก้ม จ้องมองตา แล้วเสน่หา ก็รุมเร้ารุมรึงแสนตรึงใจ เหมือนพายุใหญ่พัดผ่านท้องมหาสมุทร กระฉอกคลื่นเดือดดาล ผุดกระเซ็นซัด อยู่ฉาดฉาน เหล่าฝูงปลาก็ว่ายแหวกเริงสำราญ น้ำซ่าซ่านปลาก็แหวกว่ายกลางสายชล

เมื่อนางดาราได้สัมผัส รส-รัก ของพาลี แสนอร่อยหอมหวลหวานซาบซึ้งตรึงใจ ด้วยแรกเริ่มรู้รสแห่งรัก ดุจปักษาคราได้ออกบิน ก็หลงใหลระเริงรื่น ชื่นกลิ่นหวาน แห่งห้วงรักอันเร้าร้อนนั้น ให้พลันหลงลืมสิ่งอื่นไปเสียสิ้น .