ย้อนดูบ้านเมือง “ตราด” ในอดีต มี “อ.เกาะช้าง” ที่ไม่ได้อยู่เกาะช้าง ฯลฯ

งานทำบุญขึ้นปีใหม่ ที่หน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า เมื่อ พ.ศ. 2475 นายเกียรติชัย โภคิบูลย์ เจ้าของภาพ (ภาพจากสมุดภาพเมืองตราด 2559)   พูดถึงบ้านเมืองจังหวัดตราด วันนี้เราท่านต่างทราบกันดี หรือเสาะหาหข้อมูลได้ไม่ยากว่า จังหวัดตราดมี 7 อำเภอ คือ 1. อำเภอเมืองตราด 2. อำเภอแหลมงอบ 3. อำเภอเขาสมิง 4....

4 ยอดหญิงงามในประวัติศาสตร์ไทย มีสตรีท่านใดบ้างขึ้นทำเนียบ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร   ในประวัติศาสตร์จีนมีการขจัดลำดับ “4  ยอดหญิงงาม” ได้แก่ ไซซี, หวางเจาจิน, เตียวเสียน และหยางกุ้ยเฟย แล้วเมืองไทยที่มีผู้หญิงสวยอยู่ไม่ใช่น้อย ถ้าจัดลำดับกันดูบ้าง ในประวัติศาสตร์ของเรา “4 ยอดหญิงงาม” จะมีใคร หรือลูกสาวบ้านไหนติดอันดับกันบ้าง อาจารย์ถาวรถ สิกขโกศล เรียบเรียงลำดับ “4 ยอดหญิงงาม” ในประวัติศาสตร์ไทยไว้เช่นกัน  ได้แก่ พระนางสามผิว,...

“ระบบการศึกษา” เครื่องมือผนวก “ล้านนา” ให้กลายเป็นไทยในสมัยรัชกาลที่ 6

เด็กนักเรียนโรงเรียนประชาบาลเมืองเชียงแสน พ.ศ. 2466 (ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)   ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ในสยามกำเนิดรัฐแบบใหม่ที่บริหารงานแบบรวมศูนย์ ทำให้จำเป็นต้องสลายอำนาจท้องถิ่นเพื่อดึงทรัพยากรและผู้คนมาเป็นของรัฐบาลส่วนกลาง สำหรับกรณีของล้านนา สยามเลือกใช้วิธีของเข้าอาณานิคมผสมผสานกับธรรมเนียมของรัฐจารีต หากยังขาดจิตสำนึกร่วมชาติ รัชกาลที่ 6 จึงทรงใช้ “การศึกษา” เป็นเครื่องมือในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ ผศ.ดร. เนื้ออ่อน ขรัวทองเขียว ได้ค้นคว้าและเรียบเรียงไว้ ใน “เปิดแผนยึดล้านนา” ในที่นี้ขอคัดย่อเพียงส่วนเกี่ยวกับการมานำเสนอพอสังเขปดังนี้ ครั้งนั้นรัฐบาลสยามเร่งจัดตั้งโรงเรียนตัวอย่างในท้องถิ่น ได้แก่ โรงเรียนหลวงที่รัฐบาลกลางจัดตั้งและอุดหนุน, โรงเรียนประชาบาล ที่เจ้าหน้าที่ปกครองท้องที่, ราษฎร...

ตามรอยฝรั่งสํารวจเมืองพะเยา สมัยต้นรัชกาลที่ 6

ชาวชนบทขณะเดินทางเข้าในตัวเมืองพะเยา ภาพถ่ายประมาณปี 2465-70 (ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)   สมัยรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2451 เรจินาลด์ เลอ เมย์ (Reginald le May) ชาวอังกฤษเดินทางเข้ามาสยาม เพื่อรับทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษ ประจำกรุงเทพฯ ต่อมาในรัชกาลที่ 6 พ.ศ. 2456 เขาได้รับมอบหมายให้ไปเป็นรองกงสุลอังกฤษประจำเชียงใหม่ และจะย้ายประจำที่เมืองลำปางในปีเดียวกัน เลอ...

เจ้าคุณจอมมารดาแพ พระภรรยาที่รัชกาลที่ 5 ทรง “จีบ” แต่ถูกผู้ใหญ่ขัดขวาง

เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (เจ้าคุณจอมมารดาแพ ในรัชกาลที่ 5) ที่มา ศิลปวัฒนธรรม ฉบับกรกฎาคม 2538 ผู้เขียน ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย เผยแพร่ วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ.2565   ขึ้นชื่อว่า “เจ้าชีวิต” แล้ว คนทั่วไปมักจะคิดว่า เมื่อเจ้าชีวิตปรารถนาสิ่งใดจะต้องได้สิ่งนั้นทันที โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง เพราะถึงหากไม่มีพระราชประสงค์ ก็ยังมีผู้นํามาถวาย...

ย้อนรอย “ร้านถ่ายรูป” ในอดีต ไม่ได้บริการแค่ถ่ายรูป ตั้งอยู่ที่ไหน ชื่ออะไรบ้าง?

ที่มา ศิลปวัฒนธรรม ฉบับมีนาคม 2543 ผู้เขียน เอนก นาวิกมูล เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2565   ร้านถ่ายรูปแห่งแรกของเมืองไทยคือร้านถ่ายรูปของ F. Chit หรือฟรานซิส จิตร หรือนายจิตร ต้นตระกูล จิตราคนี ซึ่งได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์และราชทินนามว่า ขุนสุนทรสาทิศลักษณ์ กับหลวงอัคนีนฤมิตร ตามลำดับ...

วิถี “ตลาดน้อย” ยุคตั้งต้น ชุมชน “จีน” กับความเฟื่องฟูที่ถูกผนวกรวมกับย่านสำเพ็ง

บรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยาสมัยก่อน (ภาพจากหนังสือ “Twentieth Century Impressions of Siam”)   ย่านตลาดน้อย เป็นชุมชนจีนที่เกิดขึ้นมาจากการขยายตัวของสำเพ็งซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยที่บรรดาชาวจีนต่างพากันเรียกตลาดแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของสำเพ็งซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ในขณะนั้นว่า “ตะลัคเกียะ” ซึ่งแปลเป็นไทยว่า “ตลาดน้อย” และด้วยความที่อยู่ใกล้กับสำเพ็งมากในบางครั้งตลาดน้อยจึงถูกเรียกในฐานะส่วนหนึ่งของสำเพ็งด้วย สภาพโดยทั่วไปของตลาดน้อยมีลักษณะใกล้เคียงกับย่านเก่าอื่นๆ ในกรุงเทพฯ เช่น กฎีจีน ที่เป็นผลมาจากการผสมผสานกันระหว่างผู้คนหลายกลุ่มชาติพันธุ์และศาสนาโดยเริ่มเป็นชุมชนที่หนาแน่นมากขึ้นภายหลังจากกรุงศรีอยุธยาแตก ผู้คนจึงพากันอพยพลงมาทางใต้ และบางส่วนได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบางกอก รวมทั้งกลุ่มคริสต์ศาสนิกชนชาวโปรตุเกสที่อพยพมารวมกันอยู่ที่วัดซางตาครู้สที่กุฎีจีน ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ในสมัยธนบุรี แต่ต่อมาเกิดขัดแย้งกับบาทหลวงฝรั่งเศส จึงได้แยกตัวมาอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาในบริเวณตลาดน้อย ซึ่งก็อยู่ใกล้ๆ กับลานประหารนักโทษบริเวณป่าช้าวัดตะเคียน (วัดมหาพฤฒาราม) จึงให้ชื่อวัดใหม่ว่า “กาลวารี” ซึ่่งเป็นชื่อลานประหารนักโทษในเมืองเยรูซเล็มที่ใช้ตรึงกางเขนพระเยซู ต่อมาเรียก...

กำเนิด “โรงรับจำนำ” ยุคแรกสมัยรัชกาลที่ 4 เผยเทคนิค “จีนฮง” ทำกิจการรุ่งเรืองได้อย่างไร?

การรับจำนำนั้นเชื่อว่ามีมาแต่สมัยโบราณ จะเริ่มมีขึ้นในสมัยไหนนั้นยากที่จะสืบค้นหรือระบุได้แน่ชัด แต่การรับจำนำมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วอย่างแน่นอน ดังที่ปรากฏการรับจำนำในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งพระองค์ทรงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชกำหนดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2284 ว่ามิให้จำนำสิ่งของในเวลากลางคืน ดังความว่า “ถ้าผู้ใดต้องการเงิน จะเอาสิ่งรูปพรรณ ทอง นาก เงินและเครื่องทองเหลือง ทองขาว ดีบุก ผ้าแพรพรรณนุ่งห่มและเครื่องศาลตราวุธ ช้าง ม้า ทั้งโคแลกระบือมาขายและจำนำนั้น ให้เอาไปขายแลจำนำแก่กันในเวลากลางวัน ถ้าจะซื้อขายกันในเวลากลางคืนนั้น ก็ให้ซื้อกันแต่เครื่องกับข้าวของกิน และสิ่งของเอามาขายมาว่าทำเวลากลางวันนั้น...

กำเนิด “คนชั้นกลางในเมือง” ผลพวงจากเศรษฐกิจบูม หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

หาบเร่แผงลอยในกรุงเทพฯ ภาพถ่ายราวทศวรรษ 2480-2500 (ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม 2551) ที่มา ศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม 2551 ผู้เขียน ณัฏฐพงษ์ สกุลเดี่ยว เผยแพร่ วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2565   การขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ได้ทำให้เกิดคนกลุ่มใหม่ขึ้นในสังคมไทย นั่นคือ...

เจ้าจอมมารดาวาด สนมในร.4 ลือกันว่าคือหัวโจกในวัง ฤๅเป็นผู้ “ให้ยกพวกตีบริวารเจ้าจอมอื่น”?

ท้าววรจันทร ถ่ายเมื่ออายุ 45 ปี พร้อมกรมหมื่นพิทยลาภพพฤฒิยากร (อุ้ม)   ราชสำนักไทยมีนางในผู้มากความสามารถคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำอาหาร บริหารจัดการ ศิลปะการแสดง และการละคร ซึ่งหากพูดถึงฝ่ายในที่เก่งกาจเรื่องการละครแล้ว ย่อมไม่พ้นชื่อ เจ้าจอมมารดาวาดในรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นนางละครหลวงและได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นพระสนมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าจอมมารดาวาดได้เป็นท้าววรจันทร และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น โดยเฉพาะเรื่องความเป็น “หัวโจก” เจ้าจอมมารดาวาด ในรัชกาลที่ 4 ได้รับฝึกสอนด้านการละครตั้งแต่เด็ก...

สาเหตุที่ “สะพานร้องไห้” ดูเหตุเบื้องหลัง “สะพานมหาดไทยอุทิศ” มีภาพสลักคนร้องไห้

ชื่อทั้งสองเป็นชื่อสะพานเดียวกัน คือสะพานข้ามคลองมหานาค บริเวณวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มหาดไทยอุทิศ เป็นนามที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานเป็นอนุสรณ์ ถึงการที่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยร่วมกันอุทิศเงินจํานวนหนึ่งเพื่อสร้างสะพานนี้ ส่วนสะพานร้องไห้ ได้ชื่อจากภาพสลักกลางสะพานที่สลักเป็นภาพชายหญิงและเด็กอยู่ในอาการโศกเศร้า ผู้คนภายหลังที่ไม่รู้เรื่องความเป็นมาของการสร้างสะพานพากันถกเถียงถึงที่มาของชื่อและความหมายของภาพสลักบนสะพาน บ้างก็ว่า เพราะสะพานนี้เป็นเส้นทางผ่านของขบวนแห่ศพไปยังวัดสระเกศฯ เมื่อครั้งอหิวาตกโรคระบาด มีผู้คนล้มตายจํานวนมาก จึงมีขบวนแห่ ศพผ่านมาก ผู้ร่วมขบวนซึ่งเป็นญาติพี่น้องผู้ตายก็จะแสดงอาการเศร้าโศก เมื่อสร้างสะพานจึงสลักเป็นภาพคนร้องไห้ บ้างก็ว่าสะพานนี้ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยอุทิศเงินสร้างขึ้นเพื่อแสดงความอาลัยในการพ้นตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จึงสลักเป็นรูปคนกำลังเศร้าโศก แต่ความจริงที่ปรากฏในหลักฐานประวัติศาสตร์ก็คือ ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยร่วมกันอุทิศเงินจำนวน 41,211.61 บาท มอบให้กรมสุขาภิบาลสร้างสะพานนี้ขึ้นตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว...

คนกรุงเทพฯ ยุคแรก เป็นใคร? มาจากไหน? ค้นยุคสมัย “ความเป็นกรุงเทพฯ” ที่แท้

สำเพ็งในอดีต (ภาพจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ 2543)   เคยสงสัยกันไหมว่าก่อนหน้าที่กรุงเทพฯ จะมีสภาพความหลากหลายทางวัฒนธรรมแบบที่เป็นในทุกวันนี้ เมื่อแรกสถาปนากรุงเทพฯ สภาพความหลากหลายทางชาติพันธุ์ กลุ่มคนเชื้อชาติต่างๆ เป็นใคร มาจากไหนกันบ้าง หลังการศึกสงครามทำให้บ้านเมืองต้องเปลี่ยนแปลงจากพื้นที่กรุงศรีอยุธยา มาตั้งมั่นที่เมืองธนบุรี สถาปนาเป็นกรุงธนบุรี ครั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกขึ้นเสวยราชสมบัติเป็นปฐมบรมราชวงศ์จักรี กรุงเทพฯ ไม่ได้สร้างเสร็จในแผ่นดินเดียวในสมัยรัชกาลที่ 1 เนื่องจากมีศึกติดพันต่อเนื่อง ในความเห็นของสุจิตต์ วงษ์เทศ “ความเป็นกรุงเทพฯ” อย่างแท้จริง มีขึ้นชัดเจนในแผ่นดินรัชกาลที่...

ทำไมคนไทยค้าขายสู้คนจีนไม่ได้ ถ้า “ขยัน-ประหยัด-อดทน” เท่ากัน?

สำเพ็ง เมื่อพ.ศ. 2452 เป็นย่านการค้า และแหล่งเที่ยวกลางคืน มีแหล่งรื่นรมณ์เกิดขึ้นจำนวนมาก ทั้งโรงโสเภณี โรงบ่อน และโรงสูบฝิ่น   “คนจีนค้าขายเก่ง” แถมยังขยันและอดทน เหมือนเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้คนทั่วไปมองว่าชาวจีนประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเมื่อเทียบกับคนไทย แต่ถ้ามองให้ลึกไปกว่านั้นโดยใช้ข้อมูลจากงานวิจัย นอกเหนือจากบุคลิกหรือลักษณะนิสัยส่วนตัวแล้ว ยังมีข้อสังเกตจากปัจจัยอื่นที่น่าสนใจซึ่งทำให้ชาวไทยค้าขายไม่เก่งเท่าชาวจีน เหตุผลที่คนสนใจอย่างลักษณะนิสัยเรื่อง “ความขยัน”, “ประหยัด” และ “อดทน” เมื่อดูจากงานวิจัยของสุวิทย์ ธีรศาสวัต เรื่อง “ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองไทยตั้งแต่รัชสมัยพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชถึงสมัยรัชกาลที่ 3 (พ.ศ. 2310-2394)” จะพบว่า...

ประวัติศาสตร์การนั่งจากกรุงศรีฯ-กรุงเทพฯ คนไทยนั่งกันท่าไหน

สตรีชั้นสูงนั่งบนตั่ง ขณะที่บริวารนั่งบนพื้น ถ่ายราวยุค 2410 (ANP-0002-123 ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) ที่มา เล่นแร่แปลภาพ ประวัติศาสตร์สยามจากเบื้องหลังภาพถ่าย, สนพ.มติชน ผู้เขียน นักรบ มูลมานัส เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ.2565   “การนั่ง” เป็นหนึ่งในอริยาบถสุดเบสิกมนุษย์เราในปัจจุบันคุ้นเคยกันจนคิดว่าเป็นกิริยาอาการแสนสามัญธรรมดาแต่นั่นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คนสมัยอยุธยาคิด เมื่อ 300 กว่าปีที่แล้ว ซีมง เดอ...

เขมรยุคพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 ผู้ทรงสร้าง “พนมบาแค็ง” ปราสาทหินแห่งเมืองพระนคร

ปราสาทพนมบาแค็ง (phnom bakheng) ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2550 (Photo by TANG CHHIN SOTHY / AFP) ที่มา ศิลปวัฒนธรรม ฉบับตุลาคม 2537 ผู้เขียน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. ม.ร.ว. สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์...

บันทึกชาวต่างชาติเผยสภาพคนกรุงเทพฯ ในอดีต ช่วงเปลี่ยนวิถีชีวิตจากบนน้ำสู่บก

คลองรอบกรุงผ่านตำบลบางลำพู สมัยรัชกาลที่ 5 บ้านเรือนตั้งเรียงรายสองฝากคลอง (ภาพจากหนังสือชื่อบ้านนามเมืองในกรุงเทพฯ)   ในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้คนในกรุงเทพฯ ยังมีวิถีชีวิตที่พึ่งพาแม่น้ำลำคลองอยู่เสมอ ดังที่ จอห์น ครอว์เฟิร์ด บันทึกสภาพการสัญจรของกรุงเทพฯ เมื่อปลายรัชกาลที่ 2 ความว่า “จากจำนวนเรือต่าง ๆ ทุกขนาดและทุกลักษณะ ซึ่งกำลังผ่านไปมา ทำให้โฉมหน้าของแม่น้ำสำแดงถึงภาพอันจอแจแออัด จำนวนของเรือเหล่านี้ทำให้เราประหลาดใจในขณะนั้นว่า ช่างมากมายเสียเหลือเกิน เพราะเหตุที่เราไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า ในกรุงเทพฯ...

อาจารย์ฝรั่งเล่าไทยยุคร.5 อาหารที่คนยุโรปไม่มีวันแตะ-ชาวสยามอดข้าวได้ ไม่ยอมอดหมาก

ภาพประกอบเนื้อหา – โรงแรมโอเรียนเต็ล (ภาพถ่ายไม่ระบุปี ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม, 2527)   สภาพตลาดเมืองกรุงของประเทศไทยสมัยรัชกาลที่ 5 ตามบันทึกของนักวิชาการจากสหรัฐฯ บันทึกสภาพที่น่าสนใจไว้หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นสภาพการค้า วิถีชีวิตของคนทั่วไป และสินค้าที่คนนิยมอย่างการเคี้ยวหมาก แต่ธุรกิจที่พบเห็นมากในถนนใหญ่คือโรงจำนำ ขณะที่อาชีพที่ได้รับความนิยมมากก็เป็นการขายหมาก สะท้อนให้เห็นว่า ชาวสยามบางรายยอมอดข้าวดีกว่าอดหมาก แมกซ์เวลล์ ซอมเมอร์วิลล์ (Maxwell Sommerville) อาจารย์ผู้สอนวิชา Glyptology ประจำมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเพนซิลเวเนีย...

“สวนลุมพินี” สวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ กับที่มาของชื่อ “ลุมพินี”

ภาพมุมสูง ทิวทัศน์สวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงรัตนโกสินทร์   “สวนลุมพินี” เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดพระราชทานที่ดินอันเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ ณ ตําบลศาลาแดง จํานวน 360 ไร่ มีพระราชประสงค์ให้จัดเป็นสวนพฤกษชาติสาธารณะ มีเครื่องเล่นและสถาน ที่พักผ่อนหย่อนใจ เช่น สนามฟุตบอล สนามเด็ก สระว่ายน้ำ เพื่อให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้มีโอกาสใช้สถานที่นี้สําหรับพักผ่อน และโปรดพระราชทานนามสวนสาธารณะแห่งนี้ว่า “สวนลุมพินี” อันเป็น...

ชาวสยามดื่มเบียร์ตั้งแต่เมื่อไหร่? จากเหล้าพื้นเมืองถึงบ.บุญรอด โดยพระยาภิรมย์ภักดี

ร้านขายเหล้าของคนจีน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเหล้าโรง (ภาพจาก “สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ”) ผู้เขียน ดำ บ้านญวน เผยแพร่ วันพฤหัสที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2564 เครื่องดื่มประเภทของมึนเมานั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่ในทุกวัฒนธรรมในโลก ในบางวัฒนธรรมมันทำหน้าที่ยารักษาโรค ในบางวัฒนธรรมก็ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่การทำหน้าที่เป็นเครื่องมือที่ใช้ปลดปล่อยผู้คนออกจากโลกแห่งความจริงหรือใช้ในการสร้างความรื่นรมย์ในชีวิตของมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่มีร่วมกันในทุกวัฒนธรรม เบียร์เป็นเครื่องดื่มมึนเมาประเภทหนึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนาน และว่ากันว่าเป็นเครื่องดื่มเมรัยที่เก่าแก่ที่สุดของโลก กำเนิดของเบียร์อาจเป็นสิ่งที่ได้มาเพราะโชคช่วยเพราะมันเกิดขึ้นจากการหมักตัวของธัญพืชและน้ำในยุคอารยธรรมเมโสโปเตเมีย จากนั้นเบียร์ก็ได้ถูกพัฒนากรรมวิธีในการทำมากขึ้นละซับซ้อนขึ้นเพื่อให้รสชาติที่ดีขึ้น ต่อมาในยุคอียิปต์นั้นเบียร์ยังถูกใช้ในพิธีกรรมและอยู่ในวัฒนธรรมการดื่มของกษัตริย์ฟาโรห์ นอกจากนี้เบียร์ยังเป็นยาที่สามารถรักษาอาการป่วยไข้ได้อีกด้วย (อุทิศ เหมะมูล: 2557)...

ประตูผี และหน้าที่ของ “พระแก้วมรกต” จากแนวคิด-หลักฐานทางประวัติศาสตร์

ภาพถ่ายจากเครื่องบินวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เห็นพระอุโบสถหันไปทางทิศตะวันออกตรงกับประตูผีของกรุงเทพมหานคร (ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ) ที่มา ศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม 2546 ผู้เขียน พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ เผยแพร่ วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2564 เมื่อมีการสร้างกรุงเทพมหานครขึ้นบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา พระแก้วมรกตได้รับการประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง ทิศทางของพระอุโบสถหันหน้าตรงกับประตูผี (ข้างวัดสระเกศ ภูเขาทอง) การวางทิศทางเช่นนี้เหมือนกับว่าเป็นการวางผังเมืองที่กำหนดหน้าที่ให้แก่พระแก้วมรกต ในฐานะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง ปกปักรักษากรุงเทพมหานครให้พ้นจากความชั่วร้ายมิให้กล้ำกรายเข้าเมืองมา ในที่นี้จึงเป็นบทความเพื่อสร้างคำอธิบาย โดยการเชื่อมโยงแนวคิดและหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ เพื่อสร้างความสมเหตุสมผลของคำอธิบายเกี่ยวกับประตูผี และเพื่อชี้ให้เห็นหน้าที่ของพระแก้วมรกตที่ปกปักรักษากรุงเทพมหานครมิให้ความชั่วร้ายกล้ำกรายเข้ามา...